รัฐบาลญี่ปุ่น ปรับปรุงกฎระเบียบการส่งออกยุทโธปกรณ์ โดยปลดล็อกการส่งออกอาวุธร้ายแรงให้ต่างชาติเป็นครั้งแรก ทั้งเรือรบและขีปนาวุธ หวังเสริมความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
วันนี้ (21 เม.ย. 69) สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้เปิดเผยการปรับปรุงกฎระเบียบการส่งออกด้านการป้องกันประเทศครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยยกเลิกข้อจำกัดในการขายอาวุธให้ต่างประเทศ และเปิดทางให้ส่งออกเรือรบ ขีปนาวุธ และอาวุธอื่น ๆ ได้
โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของญี่ปุ่น และกระชับมิตรภาพกับพันธมิตร นี่ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่ออกห่างจากข้อจำกัดเชิงสันติภาพที่กำหนดนโยบายความมั่นคงของญี่ปุ่นไว้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การดำเนินการนี้เกิดขึ้นควบคู่ไปกับความพยายามที่จะกระชับความสัมพันธ์กับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย เพื่อต่อต้านอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีนในภูมิภาค
การแก้ไขในครั้งนี้ ได้ยกเลิกการส่งออกเฉพาะยุทโธปกรณ์ไว้เฉพาะใน 5 หมวดหมู่ ที่ไม่เกี่ยวกับการรบ ได้แก่ การกู้ภัย, การขนส่ง, การเตือนภัย, การเฝ้าระวัง และการกวาดทุ่นระเบิด แต่จะยังคงใช้หลักการส่งออก 3 ประการ ซึ่งกำหนดให้มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด การควบคุมการถ่ายโอนไปยังประเทศที่ 3 และการห้ามขายให้กับประเทศที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง แต่อาจมีข้อยกเว้นได้เมื่อเห็นว่าจำเป็นต่อความมั่นคงของชาติ โดยเกณฑ์ใหม่จะแบ่งยุทโธปกรณ์ออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ "อาวุธ" และ "ยุทโธปกรณ์ที่ไม่ใช่อาวุธ" ซึ่งพิจารณาจากเกณฑ์ว่ามีอานุภาพทำลายล้างหรือสังหารหรือไม่
ทางนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น เผยว่า ขณะนี้ไม่มีประเทศใดสามารถปกป้องสันติภาพและความมั่นคงของตนเองได้เพียงลำพัง จึงจำเป็นที่ประเทศพันธมิตรต้องสนับสนุนซึ่งกันและกันในด้านอุปกรณ์ป้องกันประเทศ
ทางเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นและนักการทูตต่างประเทศ เผยกับสหนักข่าวรอยเตอร์ว่า ประเทศต่าง ๆ ตั้งแต่โปแลนด์ไปจนถึงฟิลิปปินส์กำลังมองหาโอกาสในการจัดซื้อเพื่อปรับปรุงกองกำลังของตนให้ทันสมัย ซึ่งแหล่งข่าวสองแหล่งกล่าวว่า หนึ่งในข้อตกลงแรก ๆ อาจเป็นการส่งออกเรือรบมือ 2 ไปยังฟิลิปปินส์
ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฟิลิปปินส์ ยินดีกับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของญี่ปุ่น โดยกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้สามารถเข้าถึง "ยุทโธปกรณ์คุณภาพสูงสุด" ซึ่งจะ "เสริมสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศ" และ "มีส่วนช่วยสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคผ่านการป้องปราม"
ขณะที่ “จอร์จ กลาส” เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำญี่ปุ่น ยกย่องการเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของญี่ปุ่น ว่า เป็น "ก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์" ในการเสริมสร้างการป้องกันร่วมกัน ส่วน “เพตรา ซิกมุนด์” เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำญี่ปุ่น กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างโอกาสสำหรับความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น "โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพระดับโลก"
ด้าน “กัว เจียคุน” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันว่า จีนมีความกังวลอย่างยิ่งในเรื่องนี้พร้อมเสริมว่า จีนจะยังคงเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดและต่อต้านการกระทำใด ๆ ที่ประมาทเลินเล่อของญี่ปุ่นที่มุ่งไปสู่รูปแบบใหม่ของลัทธิทหาร