แม่ค้าขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปโอด ! รายได้ลดฮวบขายไม่ได้ ไร้ลูกค้า ซบเซาอย่างหนัก

แม่ค้าขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปโอด ! รายได้ลดฮวบขายไม่ได้ ไร้ลูกค้า ซบเซาอย่างหนัก

View icon 66
วันที่ 22 เม.ย. 2569 | 07.49 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
แม่ค้าขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปโอด ! รายได้ลดฮวบขายไม่ได้ ไร้ลูกค้า ซบเซาอย่างหนัก ผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำ ข้าวของขึ้นราคา น้ำมันแพง ใช้เงินทุนก้อนใหญ่แต่รายได้ไม่มี 

วันที่ 21 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจการจำหน่ายสินค้าในตลาดเทศบาลนครตรัง อ.เมืองตรัง  ซึ่งตั้งแต่มีสถานการณ์การสู้รบทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ทำให้สินค้าในท้องตลาดมีการปรับราคาสูงขึ้นตามมา แต่ที่ส่งผลกระทบหนักกว่านั้น คือ ลูกค้า ประชาชน ที่เคยเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยมีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ออกมาจ่ายตลาดน้อยลง ซื้อของที่จำเป็น และนิยมซื้อสินค้าตามร้านขายของชำแถวบ้านเพราะลดค่าใช้จ่ายและค่าน้ำมันรถ หรือค่าบริการรถสาธารณะ ทำให้ลูกค้าส่วนหนึ่งหายไป ในขณะที่ตลาดสดจำหน่ายสินค้าอาหารสดถึงแม้ว่าลูกค้าจะลดลงแต่ยังคงขายได้เนื่องจากต้องกินต้องใช้ แต่เสื้อผ้า อาภรณ์ ประชาชนเลือกที่จะชะลอไว้ก่อน เพราะที่มียังสวมใส่ได้ ยังไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ หรือเลือกที่จะไปสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่ราคาถูก มีโพรโมชันล่อตาล่อใจ ทำให้ร้านค้าที่จำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปขายสินค้าไม่ออก บางวันขายไม่ได้เลยทั้งที่ราคาก็ไม่ได้แตกต่างกันกับสินค้าออนไลน์ ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าสั่งสินค้ามาจำหน่ายแต่ละครั้งต้องใช้เงินทุนก้อนใหญ่ แต่ต้องนำสินค้ามาวางไว้ขายไม่ออก ต้นทุนหายกำไรหด ปรับราคาขึ้นก็ไม่ได้

คุณจินดา จงละเอียด หรือ แม่ศิริพรรณ เจ้าของร้านจำหน่ายเสื้อผ้าในตลาดสดเทศบาลนครตรัง  กล่าวว่า หลังจากเจอสภาวะเศรษฐกิจซบเซา พ่อค่าแม่ค้าได้รับผลกระทบอย่างหนัก ถ้าถามว่ามีการปรับเปลี่ยนเพื่อเผชิญวิกฤตินี้อย่างไร  มองว่า ต้องแก้ที่ตลาด ให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการในตลาดก่อน เมื่อมีลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้น ก็มาสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบเสื้อผ้า หรือหาจุดขายได้  แต่ปัญหาที่เจอ ณ ปัจจุบันคนไม่เข้าตลาดเลย จึงไม่สามารถปรับอะไรได้เลย ลงทุนไปก็เสียเปล่า เมื่อเปรียบเทียบยอดจำหน่ายหลายปีที่ผ่านมากับปัจจุบันแตกต่างกันมาก  เมื่อก่อนขายเดือนนึงได้ 40,000-50,000 บาท ปี 2562 ได้เดือนนึงขาย 50,000 บาท ปี 2563 ขายได้เดือนละ 40,000 บาท  ปี 2564 ขายได้เดือนละ 40,000 บาท ยังพอขายได้อยู่ ปี 2565 ขายได้เดือนละ 40,000 บาท ปี 2566 ขายได้เหลือเดือนละ 20,000 บาท ปี 2567 ขายได้เดือนละ 10,000 กว่าบาท ปี 2568 ขายได้เดือนละ 8,000 บาท ปี 2569 ขายได้เดือนละ 4,000-5,000 บาท

ตอนนี้พ่อค้าแม่ค้าต้องหารายได้เสริม คือ เปิดร้านตัดผมอยู่บ้าน  ถ้าจะปรับเปลี่ยนในตลาดยากมาก เพราะเทศบาลไม่ได้มีแนวการปรับเปลี่ยนอะไรใหม่  ๆ  ไม่ว่าจะข้างตลาด หรือในตลาดจะปรับอะไรให้มีความโดเด่นน่าสนใจขึ้นมา ลูกค้าเห็นแล้วมันน่าสนใจเดินทางเข้ามาซื้อ มันไม่มีตรงนั้น ให้แม่ค้าพ่อค้ามาจัดกันเองมันยาก มันต้องใช้ทุน  แล้วแม่ค้าจะเอาที่ไหนใช้ทุน เงินจะจ่ายแต่ละวันก็แทบจะหาไม่ได้  จะไหนน้ำมันรถแพง สินค้า ข้าวของแพง ทุกอย่างแพงหมด ยกเว้นแม่ค้าถูกอย่างเดียว เพราะขายไม่ได้  เสื้อผ้าไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้เลย ขนาดไม่ปรับยังขายไม่ได้ ต้องปรับลดราคาให้ต่ำลงกว่าเดิม เมื่อก่อนชุดชีฟองขาย 499 บาท อย่างน้อยก็ 480 บาท  ตอนนี้ต้องลดราคาลงเหลือ 450 บาทได้แค่นั้น ได้กำไรชุดนึงประมาณ 70 บาท ลงทุนมาชุดนึ่งเกือบ 400 บาท มาขาย 450 บาท

ทั้งนี้ก็อยากให้รัฐบาลยื่นมือเข้ามาช่วยเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ใช่บัตรสวัสดิการ บัตร 2,000 บาทอะไรนั่น มันไม่ถูกต้อง ช่วยกันตายก็ไปไม่รอด เพราะบัตรจบ คนก็จบ จะเอาอะไรมาทำ ต้องแก้ใขที่เศรษฐกิจ การลงทุนของประเทศไทย เขาเรียกว่าตลาดโลกมันต้องดีกว่านี้  รัฐมนตรีมันต้องดีกว่านี้ ต้องเห็นประชาชนมีค่ากว่านี้ ไม่ใช่เห็นประชาชนเป็นหมา เป็นแมวตัวหนึ่งมันไม่ได้  มันไร้ค่าเกินไปชีวิตคนทุกคนมันมีค่าทั้งนั้น  อยู่กันแบบลำบากทุกคนแต่ก็ต้องสู้เพราะเกิดมาแล้ว ให้มันตายเองอย่าไปผูกคอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง