ห้องข่าวภาคเที่ยง - ถือว่าโล่งอกไปได้ระดับหนึ่ง หลังตำรวจเรียกคนขับรถรับจ้าง 2 คันที่รับเจ้าอาวาสวัดสนามไชยไปส่ง โดยจุดสุดท้ายอยู่ที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตอนนี้อยู่ระหว่างการยืนยันของตำรวจที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ
ชุดสืบสวนได้เรียกคนขับรถรับจ้างที่รับและไปส่งพระครูปลัดสมบัติ เจ้าอาวาสวัดสนามไชย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2 คน มาสอบปากคำ เบาะแสที่ได้ตอนนี้เรียกว่ามีความชัดเจนในระดับหนึ่ง เราไปดูภาพกราฟิกไทม์ไลน์กัน
คนขับรถเก๋ง สีเงินคันแรกที่ไปรับหลวงพ่อ ให้การว่าเป็นคนเข้ามารับหลวงพ่อที่วัดสนามไชย คืนวันที่ 16 มีนาคม พาหลวงพ่อไปยัง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เพื่อไปรับลูกชาย ช่วงเช้าวันที่ 17 มีนาคม
จากนั้นเดินทางต่อไปยัง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ไปถึงประมาณ 17.00 น. ไปจอดรถที่หน้าที่ว่าการอำเภอหนองเรือ เมื่ออดีตภรรยาของเจ้าอาวาสขับรถรับลูกชายไปไม่นาน ก็แยกย้าย จากนั้นก็ขับพาหลวงพ่อ เดินทางกลับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พอถึงจังหวัดชัยภูมิหลวงพ่อบอกว่า อยากจะไปทำธุระทางภาคเหนือ แต่คนขับรถปฏิเสธ เนื่องจากขับรถต่อไม่ไหว หลวงพ่อจึงเรียกรถอีกคันผ่านแอปพลิเคชันให้มารับ เปลี่ยนรถกันที่จังหวัดสระบุรี โดยรถคันที่ 2 เป็นรถเก๋ง สีน้ำเงิน
คนขับยังให้ข้อมูลว่า สังเกตว่า หลวงพ่อคุยโทรศัพท์ตลอดเวลา เรื่องงานบวชสามเณร มีความเครียด เพราะมีคนอยากให้จัดงานใหญ่ ๆ
ส่วนคนขับรถรับจ้างคันที่ 2 ให้ข้อมูลว่า หลวงพ่อให้ขับไปส่ง จังหวัดตาก บอกว่า จะไปหาเพื่อนที่เป็นพระ จน 03.00 น. วันที่ 18 มีนาคม ไปถึงปั๊มน้ำมันในตัวเมืองตาก เจ้าอาวาส ขอเข้าห้องน้ำ พร้อมจ่ายค่ารถให้ 3,800 บาท บอกว่าจะมีคนมารับ จากนั้นคนขับก็เดินทางกลับ
จากการเช็กสัญญาณโทรศัพท์มือถือของ เจ้าอาวาสก็พบไปสิ้นสุดที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
ล่าสุดชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 เดินทางไปถึงปั๊มน้ำมันที่ถูกระบุใน อำเภอเมืองตากแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดในปั๊ม ตามคำให้การของคนขับรถ
ตอนนี้เรียกว่าโล่งอกระดับหนึ่ง แต่ถามว่าท่านไปทำอะไร จังหวัดตาก สงสัยมาก ไม่รู้เครียดเรื่องที่วัดหรือเปล่า อยากไปหาที่สงบ แต่ไปไม่บอกกล่าวแบบนี้คนข้างหลังเป็นห่วง คนที่โล่งอกคนแรกคือ อดีตภรรยาของท่าน บอกว่า รู้สึกสบายใจขึ้น แต่ยังคาใจทำไม ถึงไปโผล่จังหวัดตาก ทั้งที่บอกว่าจะรีบไปงานบวชสามเณร ยืนยันเจ้าอาวาสไม่มีญาติอยู่ภาคเหนือ ส่วนเธอเป็นภรรยาคนเดียวและคนสุดท้าย ก่อนท่านจะออกบวช
ส่วนที่วัดสนามไชย ญาติโยมต่างโล่งใจเหมือนกัน โดยนายพฤกษ์ ไวยาวัจกรวัด บอกว่า พอทราบข้อมูลว่า ท่านมีความน้อยใจและเหนื่อยจากการบริหารจัดการภายในวัด ยอมรับว่า ที่ผ่านมาอาจมีความเห็นต่าง โต้เถียงกันบ้าง แต่ไม่เคยมีความรุนแรง ทุกอย่างสามารถพูดคุยกันได้ อยากฝากถึงเจ้าอาวาส ให้ติดต่อกลับมายังวัด เพราะทุกคนเป็นห่วง