รัฐจ่ายรายเดือน บำนาญพิเศษ 4 กลุ่ม ตรวจสอบ ได้เดือนละกี่บาท

รัฐจ่ายรายเดือน บำนาญพิเศษ 4 กลุ่ม ตรวจสอบ ได้เดือนละกี่บาท

View icon 478
วันที่ 22 เม.ย. 2569 | 15.38 น.
เกาะกระแสออนไลน์
แชร์
กรมบัญชีกลางเผยตัวเลขเงินที่จะได้รับรายเดือน เงินบำนาญพิเศษของบุคคลทั้ง  4 กลุ่ม พร้อมเผยสูตรคิดคำนวณ จะได้รับกี่บาท กรณีไหนบ้าง

โดยทั้ง 4 กลุ่มคือผู้ปฏิบัติงานให้ราชการที่ประสบอันตราย ทุพพลภาพ หรือตายจากการปฏิบัติหน้าที่ ประกอบด้วย ข้าราชการ, พลทหารกองประจำการ, บุคลากรที่ทำหน้าที่ทหาร, และอาสารักษาดินแดน โดยได้รับสิทธิประโยชน์เป็นเงินช่วยเหลือรายเดือนตลอดชีพ ตามเงื่อนไขที่กำหนด

69e88a886e8335.92041097.jpg

รายละเอียด 4 กลุ่มสิทธิรับเงินบำนาญพิเศษ ได้แก่

1. ข้าราชการ: ผู้ที่ได้รับอันตรายจนพิการทุพพลภาพจากการปฏิบัติราชการหรือตาย
2. พลทหารกองประจำการ: ทหารที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่
3. บุคคลที่ทำหน้าที่ทหาร: ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
4. อาสารักษาดินแดน (อส.): อาสาสมัครที่ได้รับอันตรายจากการปฏิบัติหน้าที่ 

รายละเอียดการรับสิทธิ

การได้รับเงินบำนาญพิเศษนี้จะพิจารณาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ:

กรณีทุพพลภาพ: หากได้รับอันตรายจนไม่สามารถรับราชการต่อไปได้ จะได้รับเงินบำนาญพิเศษตลอดชีวิต โดยอัตราต่ำสุดปัจจุบันอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน

กรณีเสียชีวิต: หากเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ทายาท (บุตร, คู่สมรส, บิดามารดา) จะเป็นผู้ได้รับสิทธินี้แทน เว้นแต่การได้รับอันตราย ได้รับการป่วยเจ็บ หรือการประทุษร้ายเกิดขึ้นจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือจากความผิดของตนเอง

แบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ

1. บำนาญพิเศษ กรณีทุพพลภาพ

จ่ายให้แก่บุคคลที่ได้รับอันตรายจนพิการ เสียแขน ขา หรือหูหนวกทั้งสองข้าง หรือตาบอด หรือเจ็บป่วย ซึ่งแพทย์ที่ทางราชการรับรองได้ตรวจ และแสดงความเห็นว่า "ทุพพลภาพ" จนไม่สามารถรับราชการได้ โดยจะได้รับเงินขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน

2. บำนาญพิเศษ กรณีเสียชีวิต

บุคคลผู้ที่มีสิทธิได้รับบำนาญพิเศษ ได้แก่

1). บุตร หากอายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ในวันที่บิดา หรือมารดา ถึงแก่ความตาย ให้ได้รับจนอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่ยังศึกษาอยู่ในระดับชั้นเตรียมอุดมศึกษา ชั้นอุดมศึกษา หรือชั้นการศึกษาที่ทางการรับรองให้เทียบเท่า ก็ให้ได้รับต่อไป ตลอดเวลาที่ยังทำการศึกษาต่อ แต่ไม่เกินอายุ 25 ปีบริบูรณ์

2). คู่สมรส ได้รับตลอดชีวิต เว้นแต่มีการสมรสใหม่

3). บิดา มารดา ได้รับตลอดชีวิต

กรณีไม่มีทายาทตามที่กล่าวไป ให้จ่ายให้แก่ "ผู้อุปการะ" หรือผู้ที่อยู่ในความอุปการะของผู้ตาย ถ้าอายุยังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ ให้ได้รับอย่างบุตร กรณีอื่นให้ได้รับเพียง 10 ปี ตามส่วนที่เจ้ากระทรวงกำหนด

69e88a88523dc4.38978329.jpg

โดยจะได้รับเงินในอัตรา 40 ใน 50 ส่วนของเงินเดือนเดือนสุดท้าย + เงินเพิ่ม (ถ้ามี) ตามอัตราส่วนดังนี้

- บุตรได้รับ 2 ส่วน (กรณีมีบุตร 3 คน ขึ้นไปได้รับ 3 ส่วน)
- คู่สมรส ได้รับ 1 ส่วน
- บิดา มารดา ได้รับ 1 ส่วน

*ยกตัวอย่าง เช่น เงินเดือนเดือนสุดท้ายของผู้ที่เสียชีวิต คือ 30,000 บาท

69e88a889584a6.45186980.jpg

ดังนั้น 40 ใน 50 ส่วน = 30,000 X (40 ใน 50 ส่วน)

= 24,000 บาท

- มีบุตร 3 คน อายุยังไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ จะได้รับ 3 ส่วน
- คู่สมรส จะได้รับ 1 ส่วน
- บิดา มารดา จะได้รับ 1 ส่วน
- รวมเป็น 5 ส่วน ได้รับส่วนละ 4,800 บาท

ดังนั้น

บุตรทั้ง 3 คน จะได้รับบำนาญพิเศษ คนละ 4,800 บาท/เดือน

คู่สมรส จะได้รับบำนาญพิเศษ 4,800 บาท/เดือน

บิดา มารดา จะได้รับบำนาญพิเศษ  (1 ส่วน 4,800 ) ได้คนละ 2,400 บาท/เดือน

นอกจากนี้ผู้มีสิทธิจะได้รับเงินช่วยเหลือค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ ตามพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ พ.ศ.2521 ฉบับที่ 17 ซึ่งกำหนดไว้ว่า หากได้รับเบี้ยหวัด หรือบำนาญรวมกันทุกประเภท + ช.ค.บ. (เงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ) ต่ำกว่า เดือนละ 11,000 บาท ให้ได้รับ ช.ค.บ. เพิ่ม ตามจำนวนส่วนต่างของเงิน 11,000 บาท รวมเป็นเงินที่ได้รับ คนละ 11,000 บาทต่อเดือน

ทั้งนี้ เงินบำนาญพิเศษเป็นสิทธิเฉพาะบุคคล จะโอนหรือตกทอดแก่ทายาทคนอื่นไม่ได้ และจะได้รับสิทธิเฉพาะผู้มีสิทธิ ที่กล่าวไว้ข้างต้นเท่านั้น โดยเมื่อผู้มีสิทธิตายหรือหมดสิทธิ สิทธิที่จะได้รับถือเป็นอันยุติ

ขอบคุณข้อมูล กรมบัญชีกลาง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง