วันนี้ (22 เม.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายควร อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฮอด ที่ 195/2568 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นในการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น โดยทุจริตหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อัน เป็นเท็จ
โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชี เงินฝากบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาเพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟดอนเมือง แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ก่อนการจับกุม เมื่อช่วงต้นปี 2568 ผู้แจ้งได้ใช้แอปพลิเคชัน Facebook และได้พบเพจซึ่งมีลักษณะคล้ายสถาบันการเงิน และมีการโฆษณาให้บริการสินเชื่อทำให้ผู้แจ้งเกิดความสนใจ และต้องการกู้เงินจำนวน 30,000 บาท จึงได้ติดต่อไปยังเพจดังกล่าว ก่อนจะถูกแนะนำให้พูดคุยต่อผ่านแอปพลิเคชันหนึ่ง
ต่อมาได้มีบุคคลซึ่งใช้ชื่อว่า “ต้น” แสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อของบริษัทดังกล่าว ผู้แจ้งหลงเชื่อว่าบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่จริง จึงได้ดำเนินการขอกู้เงินตามขั้นตอนที่ได้รับคำแนะนำบุคคลดังกล่าวได้ให้ผู้แจ้ง โอนเงินเป็นค่าดำเนินการต่าง ๆ
โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนในการอนุมัติสินเชื่อ เช่น ค่ามัดจำ ค่าปลดล็อกระบบ และค่าธรรมเนียมอื่นๆ หากไม่ดำเนินการจะไม่สามารถเบิกเงินกู้ได้ ผู้แจ้งจึงได้ทยอยโอนเงินไปตามที่ร้องขอรวมจำนวน 9 ครั้ง จนเป็นเงินทั้งสิ้น 127,665 บาท
ภายหลังจากโอนเงินครบตามที่ถูกเรียกร้อง ผู้แจ้งกลับไม่ได้รับเงินกู้ตามที่ตกลงอีกทั้งเมื่อพยายามติดต่อกลับไปยังบุคคลดังกล่าว กลับไม่สามารถติดต่อได้ และถูกตัดช่องทางการสื่อสาร จึงเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้โอนเงิน ทำให้ได้รับความเสียหายดังกล่าว และประสงค์จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พฤติการณ์ในการจับกุม ก่อนทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า นายควร กำลังเดินทางมาจากภูมิลำเนา เพื่อเข้ามายังกรุงเทพมหานครฯ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตาม ลำดับชั้น และสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ
โดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อ นายควรฯ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง และไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน
ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การ เมื่อช่วงต้นปี 2568 ได้เข้ามาทำงานรับจ้างทั่วไปอยู่แถวย่านมีนบุรี ได้มีเพื่อนที่ร่วมงานอายุประมาณ 40 กว่าปี ชักชวนรับจ้างเปิดบัญชี โดยจะมีแท็กซี่พาไปที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ไปกับเพื่อนอีกคน
ต่อมาจะมีรถเก๋งมารับเพื่อผ่านด่านเดินทางเข้า ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ได้มีชายพาไปพักยังห้องเช่าที่ได้เตรียมไว้ และได้พาไปสแกนใบหน้าเพื่อเปิดบัญชี 3 บัญชี ได้เงินค่าจ้าง 12,000 บาท โดยอยู่ประมาณ 3 - 4 วัน จึงได้ให้กลับมายังประเทศไทย