โดยสาระสำคัญ การปรับนิยามน้ำมันและโครงสร้างราคา ยกเลิกนิยามเดิม ของคำว่า "น้ำมันเชื้อเพลิง" เพื่อให้ครอบคลุมและเหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น เพิ่มนิยามใหม่ คือ "โครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง" โดยให้ยึดตามโครงสร้างราคาที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ประกาศแนะนำในเว็บไซต์ (www.eppo.go.th)
ที่สำคัญหน้าที่ของผู้ค้าน้ำมัน คือต้องแสดงราคา สต็อก ติดประกาศ "ราคาจำหน่าย" และ "ปริมาณคงเหลือ" ในแต่ละวัน (ของน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซลหมุนเร็ว) โดยต้องติดประกาศไว้ที่ หน้าโรงกลั่น และ หน้าคลังน้ำมัน ทุกแห่ง รูปแบบการแสดงผลต้องระบุราคาเป็นบาทต่อลิตร และปริมาณเป็นลิตร โดยตัวเลขต้องชัดเจน เปิดเผย และอ่านได้ง่าย (ต้องมีภาษาไทยเป็นหลัก)
วัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การรายงานต้นทุนให้สะท้อนข้อเท็จจริง และให้ภาครัฐมีข้อมูลที่จำเป็นในการบริหารจัดการด้านพลังงานในช่วงวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างมีประสิทธิภาพ
การควบคุมราคาจำหน่าย ผู้ค้าน้ำมันต้องขายน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซลหมุนเร็วตามราคาที่ประกาศไว้ ราคาที่ขายต้อง ไม่สูงกว่าราคาขายปลีก ตามโครงสร้างราคาที่ สนพ. กำหนด
คลังน้ำมันนอกกรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถบวกค่าขนส่งเพิ่มได้ตามส่วนต่างที่ระบุในบัญชีแนบท้ายประกาศ
อย่างไรก็ตาม โรงกลั่นน้ำมันต้องรายงานต้นทุนน้ำมันดิบ, ราคาจำหน่ายน้ำมันสำเร็จรูป และต้นทุนการกลั่นภายในเวลา 12.00 น. ของทุกวันศุกร์ ผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ถึงกรมธุรกิจพลังงานและ สนพ. ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ หากส่งอีเมลไม่ได้ ให้ส่งข้อมูลพร้อมหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องภายในวันทำการถัดไป และต้องเร่งแก้ไขระบบให้เสร็จโดยเร็ว
การรายงานข้อมูลการขนส่ง เมื่อมีการจัดทำ "ใบกำกับการขนส่ง" น้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ หรือดีเซลหมุนเร็ว ผู้ค้าน้ำมันต้องรายงานข้อมูลการจำหน่ายหรือขนถ่ายน้ำมันนั้นทันที โดยต้องส่งข้อมูลพร้อมสำเนาใบกำกับการขนส่งเข้าสู่ ระบบตรวจสอบการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง (doeb.go.th) ทุกครั้งที่มีการขนส่ง
ทั้งนี้ ให้เริ่มรายงานข้อมูลและสำเนาใบกำกับการขนส่ง ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป

