เอกนัฏ เตรียมชง ครม. ชิงกดค่าไฟก่อนราคาพุ่ง พ.ค.นี้

เอกนัฏ เตรียมชง ครม. ชิงกดค่าไฟก่อนราคาพุ่ง พ.ค.นี้

View icon 96
วันที่ 23 เม.ย. 2569 | 12.13 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เอกนัฏ เตรียมชง ครม. ชิงกดค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท ก่อนราคาพุ่ง พ.ค.นี้  บ้านใครใช้ไฟเยอะ แนะนำติดโซลาร์เซลล์ มีทั้งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลดหย่อนภาษี รับซื้อไฟที่ผลิตเกิน ในอดีตมีคนขวาง ลั่นไม่ยอมให้มียักษ์บังแดด

วันนี้ (23 เม.ย.69) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตอบกระทู้ถามสดต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ของนางสาวพิมพ์พฤดา ตันจรารักษ์ สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย ถึงมาตรการเร่งด่วนในการรองรับค่าไฟ ที่จะปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบที่ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น จากเหตุการณ์สู้รบตะวันออกกลาง ว่า จากปัญหาตะวันออกกลาง ทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ที่ต้องนำเข้า 30-40% มาผลิตไฟฟ้าในประเทศ ราคาแพงขึ้น ซึ่ง กคพ.จะประกาศราคาค่าไฟในเดือนพฤษภาคมนี้ ทำให้ราคาเดิม 3.88 บาท เป็น 3.95 บาท เพราะค่า FT เพิ่มขึ้น

หากจะให้ราคาถูกกว่านี้ จะต้องดึงรายได้จาก 3 การไฟฟ้า ซึ่งแม้ค่าเฉลี่ยจะถูก ก็จะกระทบต่อการไปลงทุนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานในอนาคต ดังนั้น กระทรวงพลังงาน จึงเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ในสัปดาห์หน้า ในการกดค่าไฟให้กับผู้ใช้ไฟที่ใช้น้อย ไม่เกิน 200 หน่วยกว่า 14 ล้านครัวเรือน หรือประชาชนที่ใช้เกิน 200 หน่วยนั้น ใน 200 หน่วยแรก จะพยายามกดลงให้เหลือไม่เกิน 3 บาท

รัฐบาลพยายามปรับโครงสร้างราคาให้เป็นขั้นบันได ยิ่งใช้น้อย เรตราคาก็จะต่ำ ใช้มากเรตก็จะแพง และประชาชนที่ใช้ไฟเกิน 200 หน่วย แนะนำให้ติดโซลาร์เซลส์ ซึ่งรัฐบาลจะมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลดหย่อนภาษี และรับซื้อไฟที่ผลิตเกิน รวมถึงการลดขั้นตอนต่าง ๆ

นายเอกนัฏ ยังย้ำด้วยว่า จากปัญหาราคาน้ำมัน เมื่อช่วงเช้า ตนได้ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ทำให้สามารถลดราคาหน้าโรงกลั่นจากเดิมลด 2 บาท เป็น 5 บาท เพื่อให้โรงกลั่น สามารถช่วยเฉลี่ยทุกข์ของประชาชนได้ 

ส่วนแนวทางการส่งเสริมประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลส์นั้น นายเอกนัฏ ยอมรับว่า ที่ผ่านมา ความพยายามในการติดแผงโซลาร์ฯ มีอุปสรรค มีคนมาขัดขวาง และมียักษ์มาบังแดด แต่ตนจะไม่ยอมให้สิ่งเหล่านี้มาเป็นอุปสรรคให้ประชาชนติดแผงโซลาร์ฯ ผลิตไฟไว้ใช้เอง ที่ผ่านมา ได้ออกประกาศให้ประชาชนที่จะติดแผงโซลาร์ฯ ไม่ต้องขออนุญาตโรงงาน แต่ปัจจุบัน ก็ยังคงมีขั้นตอนที่ยากอยู่ ทั้งการขออนุญาตดัดแปลงอาคาร ขอให้การไฟฟ้าไปติดตั้งดิจิทัลมิเตอร์ ซึ่งบางครั้งใช้เวลามากกว่า 1 ปี จนไม่ทันใช้ ดังนั้น หลังจากนี้ขั้นตอนต่าง ๆ จะต้องลดลง และให้ใช้แบบ One Stop Service รวมทั้งสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งแผงโซลาร์ ทั้งการลดหย่อนภาษี หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ที่คุ้มค่ากว่าค่าไฟที่ประชาชนจ่ายรายเดือนไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง เป็นต้น

นายเอกนัฏ กล่าวถึงมาตรการในการลดภาระค่าพลังงานในอนาคตว่า จะต้องทำหลายเรื่อง และเข้าใจว่า ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากตะวันออกกลาง แต่ตนจะไม่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และต้องปรับโครงสร้าง โดยใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสเดินหน้าสู่โครงสร้างพลังงานใหม่ ที่ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน สู่ Net Zero ส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง