ข่าวเย็นประเด็นร้อน - "เรือเอก วิโรจน์" อดีตนาวิกโยธิน ที่ร่วมก่อเหตุใช้ปืนยิงถล่ม สส.กมลศักดิ์ ที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ถูกส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่จังหวัดนราธิวาสแล้ว หลังคุมตัวมาสอบสวนที่กรุงเทพฯ เพื่อขยายผล ตอนเจอสื่อปิดปากเงียบ แต่ให้ข้อมูลสำคัญกับตำรวจไปไม่น้อย
ในการคุมตัว "ร้อยเอก วิโรจน์" อดีตนาวิกโยธิน ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีลอบยิง "สส.กมลศักดิ์ " สส.เขต 5 จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา กลับไปดำเนินคดีที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ ต้องบอกว่ามีการคุ้มกันค่อนข้างแน่นหนา เพราะคดีนี้นอกจากจะอุกอาจสะเทือนขวัญ ยังกระทบความมั่นคงอย่างมาก เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นอดีตทหารถึง 3 คน มีการวางแผนและเตรียมการมาเป็นอย่างดี
ตอนที่เดินทาง ตำรวจจึงจัดชุดคุ้มกันความปลอดภัย ให้ผู้ต้องหาสวมหมวกกันกระสุน และเสื้อเกราะระหว่างเดินทาง และจากการสังเกต จะเห็นว่าในการถามตอบกับผู้ต้องหา หากเป็นตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ซักถาม เจ้าตัวจะยอมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่หากเป็นผู้สื่อข่าวซักถามในประเด็นต่าง ๆ จะเลือกปิดปากเงียบไม่ตอบอะไร
โดยทันทีที่เจ้าตัวเดินทางไปถึงที่ สภ.เมืองนราธิวาส ตำรวจก็เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้เก็บภาพผู้ต้องหา เพื่อยืนยันว่าได้ตัวมาดำเนินคดีไม่ผิดตัว จากนั้นก็ใช้เวลาซักถามอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส จะออกมาสรุปผลการสอบปากคำเบื้องต้น
ว่าสรุปแล้ว ตอนนี้ผู้จ้างวานคือ "สมพร" อดีตนาวิกโยธิน หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวไปแล้ว ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน จัดเตรียมแผน และชี้เป้า ส่วนเหตุที่ "เรือเอก วิโรจน์" ตัดสินใจรับงาน จริง ๆ แล้วยังมีปมความไม่ชอบอีกฝ่ายเป็นการส่วนตัวด้วย
แต่ถ้าย้อนกลับไปฟังผลการสอบปากคำ ที่ พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พลตำรวจโท นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำ ตร. เปิดเผยเมื่อคืนนี้ ก็จะได้ข้อมูลหลายอย่างที่น่าสนใจ
เริ่มจาก "เรือเอก วิโรจน์" รับว่า ก่อนหน้านี้ทำงานอยู่กับ องค์กรสหประชาชาติ ถึง 16 ปี หลังกลับมาไทยแล้ว ปรากฎว่าไม่มีงานทำ จึงได้ไปอาศัยอยู่กับ "สมพร" อดีตลูกน้องที่บ้าน ระหว่างนั้นก็ได้ "สมพร" คอยช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆ โดยไม่ได้บอกว่า ระหว่างนั้นได้รับงานอะไรหรือไม่
ประเด็นเรื่องการยืมรถกับนายทหาร สังกัด กอ.รมน. พบว่ายืมใช้หลายครั้ง แต่ไม่พบความเชื่อมโยงกับคดีนี้ คำให้การรับสารภาพของผู้ต้องหาทั้ง 5 คน แม้จะรับในส่วนที่ตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่พอเป็นเรื่องผู้ว่าจ้าง จะมีการโยนความผิดกันไปมา และที่น่าสนใจคือ คำให้การของ "เรือเอก วิโรจน์" ที่บอกว่า ตอนที่ลั่นไกยิงใส่รถของ สส.กมลศักดิ์ ตอนนั้นเกิดความลังเล จึงสาดกระสุนไปที่หน้ารถแทน และตัวเองก็ไม่รู้จักกับอีกฝ่ายเป็นการส่วนตัว
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าผู้ต้องหาจะให้การอย่างไร ตำรวจก็ไม่ปักใจเชื่ออยู่ดี เพราะข้อเท็จจริงต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน อีกทั้งตัวผู้ต้องหาก็เป็นนายทหารที่มีประสบการณ์สูง ผ่านหลักสูตร และเคยทำงานในต่างประเทศมามากมาย การจะคิดสั้นทำเพราะไม่พอใจส่วนตัว จึงฟังดูเชื่อได้ยาก
อย่างไรก็ตาม วันนี้ตำรวจยังต้องสอบปากคำ "เรือเอก วิโรจน์" อีกทั้งวัน ก่อนที่พรุ่งนี้จะพาตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดนราธิวาส ฝากขังต่อไป