สนามข่าว 7 สี - หญิงสาวพ้นโทษคดียักยอกทรัพย์ แล้วอยากขอคืนกับอดีตสามีและขอทรัพย์สินคืน แต่อดีตสามีไม่ยอม เธอจึงขอเงิน 500,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ยุ่งเกี่ยวกัน อดีตสามีก็ไม่ยอมอีก ด้วยความแค้นจึงวางแผนกับเพื่อนแอบอ้างเป็นตำรวจปล้นเงิน
ภาพวงจรปิดภายในปั๊มน้ำมัน อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ บันทึกภาพ นายเจษฎากร และ นายปฐมพงษ์ ผู้ต้องหาที่แอบอ้างเป็นตำรวจ ใช้กำลังบังคับ นางสาวดาว ขึ้นรถเก๋ง แต่ผู้เสียหายดิ้นหลุดและหลบหนีไปได้ คนร้ายจึงได้แค่กระเป๋าบรรจุเงินสด 120,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง หลบหนีไป เหตุเกิดวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา
หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ตำรวจตามสืบพฤติการณ์จึงพบว่าผู้ต้องหาแบ่งหน้าที่เป็นขบวนการ เริ่มจาก นางสาวพนิดา อดีตผู้ต้องหาฐานยักยอกทรัพย์ เพิ่งพ้นโทษเมื่อปี 2568
จากนั้น นางสาวพนิดา อยากขอคืนดีกับอดีตสามีและขอทรัพย์สินคืน แต่อดีตสามีไม่ยอม เธอจึงขอเงิน 500,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ยุ่งเกี่ยวกัน อดีตสามีก็ไม่ยอมอีก ด้วยความแค้น เธอจึงไปร่วมมือกับ นายเจษฎากร นายปฐมพงษ์ และพวก วางแผน "หลอกขายรถกระบะมือสอง" ราคา 250,000 บาท เพื่อล่อให้อดีตสามี อาชีพนายหน้าขายรถมือสอง มาจุดนัดพบเพื่อข่มขู่เอาเงิน
แต่วันเกิดเหตุ นายวิเศษ ไม่ไปตามนัด และจ้างวาน นางสาวดาว นายหน้ารับซื้อรถมือสองไปหาแทน แม้กลุ่มผู้ก่อเหตุจะทราบว่าเป้าหมายเปลี่ยน แต่ยังคงเดินหน้าตามแผน
เมื่อผู้เสียหายเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ กลุ่มผู้ต้องหาแสดงบทบาทตามแผน แต่ผู้เสียหายจับพิรุธได้ จะขอยกเลิกการซื้อขาย กลุ่มคนร้ายจึงใช้กำลังและอ้างตัวเป็นตำรวจ ฉุดกระชากผู้เสียหายขึ้นรถ แต่ผู้เสียหายขัดขืนจนรอดมาได้ คนร้ายจึงชิงกระเป๋าสะพายมีเงินสด 120,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ
จากข้อมูลการสืบสวนของตำรวจทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีใครบ้าง และขอศาลฯ ออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดี ก่อนตำรวจจะทยอยติดตามจับผู้ต้องหาได้ 8 คน คือ น.ส.นาตยา อายุ 52 ปี, นายปฐมพงษ์ อายุ 59 ปี, นายเจษฎากร อายุ 58 ปี, น.ส.พนิดา อายุ 55 ปี, น.ส.อัจจิมา อายุ 33 ปี, นายสุนทร อายุ 56 ปี, น.ส.ซาฮาร่า อายุ 27 ปี และ นางรัชนี อายุ 46 ปี จากการตรวจสอบประวัติพบว่าแก๊งนี้มักอ้างตัวเป็นตำรวจสืบสวนภาค 8 ขู่กรรโชกทรัพย์เหยื่อ
เบื้องต้น ผลการสอบปากคำผู้ต้องหา มีทั้งคนที่ให้การปฏิเสธ และคนที่รับสารภาพบางส่วนเพราะจำนนหลักฐาน แต่ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 1 คน ที่ต้องติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี รวมถึงยังต้องขยายผลเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง