คุณป้าประจวบวัย 63 ปี ชาวอำเภอเมืองตรัง เลี้ยงนกกระจอกเทศขายทั้งลูกนก ไข่นก เพื่อเป็นรายได้เสริมหลังเกษียณจากอาชีพพยาบาล รายได้หลักหมื่นต่อเดือน และมีไข่นกพร้อมขายทั้งปี
วันนี้(23 เม.ย) นางสาวประจวบ สิงห์เกิด อายุ 63 ปีอดีตพยาบาลเกษียณ ใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ เลี้ยงนกกระจอกเทศจำนวน 9 ตัว เป็นตัวเมีย 5 ตัวและตัวผู้ 4 ตัว โดยเริ่มจากการเลี้ยงนกกระจอกเทศไว้ดูเล่นแค่ 1 คู่เมื่อปี 2559 ขณะยังไม่เกษียณอายุราชการ พอเลี้ยงไปได้ประมาณ 1 ปีครึ่ง ปรากฏว่านกกระจอกเทศผสมพันธุ์กันและออกไข่ทุกเดือน ๆ ละ 1 ฟอง ต่อมาจึงไปหาซื้อพ่อแม่พันธุ์มาเพิ่มอีก 1 คู่ และซื้อตู้ฟักไข่เพื่อช่วยเพิ่มอัตราการรอดของลูกนก ใช้เวลาฟักไข่ 42 วันหรือประมาณ 6 สัปดาห์ ก็จะได้ลูกนกกระจอกเทศที่สมบูรณ์ แข็งแรง โดยพบตัวผู้ชอบร่ายรำอวดสายตาลูกค้า ด้วยการกางปีกออกทั้งสองข้าง แล้วทิ้งตัวลงกับพื้น ขยับปีกไปมา บิดคอซ้ายขวา เพื่อโชว์ความสวยงามของขน และความพร้อมในการผสมพันธุ์เพื่ออวดตัวเมียให้หันมาสนใจ
สำหรับลูกนกพร้อมขายมีอายุตั้งแต่ 45-60 วัน ราคาตัวละ 6,000 ตัว น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 5-7 กิโลกรัม ซึ่งตอนนี้มีพ่อแม่พันธุ์ทั้งหมด 9 ตัว มีลูกนกกระจอกเทศอายุ 3 สัปดาห์ถึง 45 วันอยู่เกือบ 20 ตัว ซึ่งแต่ละเดือนจะได้ไข่นกกระจอกเทศประมาณ 15 ฟอง หรือปีละกว่า 100 ฟอง โดยขายไข่ที่ไม่สามารถฟักออกเป็นตัวฟองละ 100-200 บาท ส่วนไข่ยังฟักออกเป็นตัว ขายฟองละ 300 บาท โดยปีที่ผ่านมาสามารถขายลูกนกกระจอกเทศได้จำนวน 23 ตัว สร้างรายได้กว่า 100,000 บาท
ซึ่งปีนี้เกษตรกรตั้งใจจะเพาะฟักลูกนกกระจอกเทศให้ได้มากกว่าปีที่แล้ว เพราะมีลูกค้าจากหลายจังหวัด สั่งจองเข้ามาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากนกมีความแข็งแรง ทนทานต่อโรค โดยคาดว่าจะได้ลูกนกไม่ต่ำกว่า 100 ตัว จนกลายเป็นฟาร์มเพาะพันธุ์นกกระจอกเทศเจ้าแรกเจ้าเดียวในจ.ตรัง
สำหรับไข่นกกระจอกเทศ นำไปทำอาหารได้ทุกเมนู เช่นเดียวกับไข่เป็ด ไข่ไก่ แต่มีความมัน ความเหนียวนุ่มกว่าและมีโปรตีนสูงกว่า จึงมักมีลูกค้าสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพราะไข่ 1 ฟองมีน้ำหนักกว่า 1 กิโลกรัม สามารถแบ่งทำอาหารได้หลายอย่าง โดยใช้วิธีเจาะรูตรงกลางเพื่อไม่ให้ไข่แตกเป็นชิ้น ก่อนจะเทไข่แดงและไข่ขาวออก ส่วนเปลือกไข่ที่ยังคงรูปสวยงามเหมือนไข่ปกติ สามารถนำออกขายได้ใบละ 80 บาท นักเรียนนักศึกษาที่ซื้อไปทำงานศิลปะ จะขายให้ในราคาใบละ 50 บาท