รวบ 2 ผัวเมียรุกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าประจวบฯ ยึด 13 ไร่ ปลูกทุเรียน-กาแฟ สบอ.3 เพชรบุรี สั่งเข้มงวด "Smart Patrol" ป้องปราบทำลายพื้นที่เป้าหมาย
วันนี้ (24 เม.ย. 69) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เผยผลปฏิบัติการจับกุมผู้บุกรุกพื้นที่ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ยึดพื้นที่ทำกินกว่า 13 ไร่ พร้อมย้ำเตือนประชาชน การครอบครองพื้นที่ในเขตสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าโดยไม่มีเอกสารสิทธิ มีโทษจำคุกและค่าปรับในอัตราที่สูง
นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ตามรายงานของ นายกิตติศักดิ์ สมศรี นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ทำหน้าที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการออกลาดตระเวนเชิงรุกเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้
โดยเมื่อวันที่ (22 เม.ย. 69) เวลาประมาณ 16.30 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบแปลงบุกรุกเดิมที่เฝ้าติดตามมาอย่างต่อเนื่อง บริเวณป่าหุบกะพง ในพื้นที่ ต.ไชยราช อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบชายและหญิง 2 ราย กำลังก่อสร้างที่พักอาศัย (ขนำ) ภายในพื้นที่ป่า มีท่าทางเป็นพิรุธและตกใจเมื่อพบเจ้าหน้าที่ ชุดจับกุมจึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบทันที
จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้ต้องหาภายหลังคือ นายสมชาย อายุ 49 ปี และนางวิชุดา อายุ 46 ปี ราษฎรชาวจังหวัดชุมพร พร้อมของกลางอุปกรณ์การกระทำความผิดรวม 8 รายการ ประกอบด้วย เครื่องเลื่อยไฟฟ้า มีด เครื่องมือเกษตร และอุปกรณ์แผ้วถางป่า
จากการตรวจสอบพิกัดและรังวัดพื้นที่ พบมีการบุกรุกเพิ่มเติมรวมพื้นที่ความเสียหายทั้งสิ้น 13 ไร่ 1 งาน 48 ตารางวา โดยมีการปรับสภาพพื้นที่เพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ทุเรียนและกาแฟจำนวนมาก ผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ได้ดำเนินการซื้อที่ดินต่อจากบุคคลในพื้นที่เมื่อปี 2566 โดยทราบดีว่าไม่มีเอกสารสิทธิ แต่อ้างว่าเข้าใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรและสร้างที่พักอาศัย
เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยชัดเจน ซึ่งตามกฎหมายใหม่มีบทลงโทษที่รุนแรง
โดยได้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 54, 72 ตรี ฐานก่อสร้าง แผ้วถาง หรือยึดถือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14, 31 ฐานยึดถือครอบครองทำประโยชน์ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 (กฎหมายเข้มงวดที่สุด) ตามมาตรา 53 ฐานเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต (โทษตามมาตรา 96), มาตรา 55 (2) ฐานก่อสร้าง แผ้วถาง หรือทำให้เสื่อมสภาพ/เปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติเดิม (โทษตามมาตรา 99 วรรคสอง), มาตรา 55 (5) ฐานทำประการใดให้เป็นอันตรายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ดิน หิน หรือระบบนิเวศ (โทษตามมาตรา 100) และมาตรา 55 (6) ฐานปลูกต้นไม้หรือพฤกษชาติอื่นๆ (พืชเศรษฐกิจ) โดยไม่ได้รับอนุญาต (โทษตามมาตรา 102)
เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางสะพานน้อย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย