นักโบราณคดีฮือฮา ค้นพบ “กู่ปราสาทหินทราย” อายุ 1,000 ปี

นักโบราณคดีฮือฮา ค้นพบ “กู่ปราสาทหินทราย” อายุ 1,000 ปี

View icon 47
วันที่ 25 เม.ย. 2569 | 12.16 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นักโบราณคดีฮือฮา ค้นพบ “กู่ปราสาทหินทราย” กลางหมู่บ้านจัดสรร ใน จ.นครราชสีมา ชี้ อายุกว่า 800-1,000 ปี คาด เป็นศาสนสถานฮินดู

จากกรณีโลกออนไลน์ได้มีการแชร์รูปภาพและข้อความเกี่ยวกับการค้นพบ “กู่ปราสาทหินทราย” ซึ่งตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านจัดสรร ในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จนสร้างความฮือฮาและได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมากนั้น

วันนี้ (25 เมษายน 2569) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า จุดที่มีการค้นพบเป็นที่ดินส่วนบุคคลซึ่งมีเอกสารสิทธิถูกต้อง โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เข้าดำเนินการสำรวจทางโบราณคดี นำโดย
นายวรรณพงษ์ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา

โดยนายสุชาติ อายุ 68 ปี ที่ปรึกษาเจ้าของที่ดิน เปิดเผยว่า "ที่ดินของเจ้าของที่ มีพื้นที่ทั้งหมด 130 ไร่ และหลังจากมีการขุดพบโบราณสถานภายในพื้นที่ ได้กันพื้นที่ จำนวน 29 ตารางวา ซึ่งเป็นจุดที่พบหลักฐานสำคัญไว้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมศิลปากร เข้าดำเนินการศึกษาและตรวจสอบ โดยยินดีที่จะมอบพื้นที่ดังกล่าวด้วยความสมัครใจ  ซึ่งเดิมพื้นที่ดังกล่าวนี้ มีสภาพเป็นป่ารกร้าง เต็มไปด้วยหนามและวัชพืช จึงได้นำเครื่องจักรเข้าปรับพื้นที่ กระทั่งพบก้อนหินจำนวนมากกระจายอยู่ใต้ดิน จึงนำขึ้นมาวางรวมไว้ด้านบน  ยืนยันว่า ไม่มีการเคลื่อนย้ายหินออกนอกพื้นที่แต่อย่างใด

ทั้งนี้ ก่อนการค้นพบ เจ้าของที่ดินมีแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ ต่อเนื่องไปจนถึงแนวทางรถไฟ แต่เมื่อพบหลักฐานดังกล่าว จึงได้ระงับการดำเนินการทันที และทำหนังสือถึงกรมศิลปากร เพื่อขอให้เข้ามาตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขอให้หยุดดำเนินการชั่วคราว   และก่อนการขุดพบ ไม่เคยมีเหตุการณ์หรือความเชื่อหรือสิ่งผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะปล่อยให้กรมศิลปากรดำเนินการสำรวจให้แล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่า จะสิ้นสุดภายในวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2569 นี้ ก่อนจะมีการหารือร่วมกันอีกครั้งเกี่ยวกับแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่ในอนาคต”

ด้านนายวรรณพงษ์ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา เปิดเผยว่า “ข้อมูลเกี่ยวกับโบราณสถานแห่งนี้ มีการบันทึกไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 แต่ยังไม่เคยมีการสำรวจอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการปรับหน้าดินและพบชิ้นส่วนหินทราย จึงนำไปสู่การขุดตรวจทางโบราณคดีในครั้งนี้  ซึ่งวัตถุประสงค์สำคัญของการขุดตรวจ คือ การกำหนดขอบเขตโบราณสถานที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถอนุรักษ์ได้อย่างครอบคลุม ขณะนี้การดำเนินงานเข้าสู่วันที่ 6 จากการขุดตรวจพบฐานของปราสาทหินในวัฒนธรรมขอม สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 หรือประมาณ 800-1,000 ปีมาแล้ว โดยเฉพาะด้านทิศใต้ของโบราณสถาน มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ พบชุดฐานบัวและฐานเขียง ซึ่งเป็นลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่พบได้ทั่วไปในศิลปะขอม นอกจากนี้ ในหลุมขุดตรวจที่ 4 ยังพบฐานรองรับรูปเคารพ ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่า โบราณสถานแห่งนี้น่าจะเป็นศาสนสถาน หรือวัดในศาสนาฮินดู

อย่างไรก็ตาม การขุดตรวจจะดำเนินการ รวม 8 วัน และมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 27 เมษายน 2569 ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการจัดทำผังแสดงตำแหน่งโบราณสถานโดยละเอียด ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถระบุขนาดพื้นที่โบราณสถานที่แน่ชัดได้ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างกระบวนการขุดตรวจ และต้องรอผลการหารือร่วมกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน  โดยหลังเสร็จสิ้นการขุดตรวจ จะมีการกลบหลุม โดยก่อนดำเนินการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา จะจัดทำแผนผังโบราณสถานอย่างละเอียด เพื่อบันทึกตำแหน่งและลักษณะโครงสร้างไว้เป็นหลักฐาน

ซึ่งจากหลักฐานที่ปรากฏในปัจจุบัน สามารถสันนิษฐานได้ว่า โบราณสถานแห่งนี้เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู อีกทั้งบริเวณด้านตะวันออกห่างออกไปประมาณ 100 เมตร ยังพบสระน้ำโบราณขนาดใหญ่ หรือบาราย ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “หนองบัว” ใกล้โรงเรียนอุบลรัตน์ สะท้อนให้เห็นว่า โบราณสถานแห่งนี้น่าจะเคยเป็นศูนย์กลางชุมชนขนาดใหญ่ในอดีต เนื่องจากต้องมีแหล่งน้ำรองรับประชากรจำนวนมาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง