วันนี้ (25 เม.ย. 69) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ร่วมกันจับกุม น.ส.ลฎาภา อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2235/2569 ลงวันที่ 21 เมษายน 2569 ซึ่งกระทำความผิดฐาน "ค้ามนุษย์โดยหลอกลวงเพื่อแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี, เป็นธุระจัดหาพาไปเพื่อการอนาจาร และใช้อุบายหลอกลวงพาส่งคนไปนอกราชอาณาจักรเพื่อการค้าประเวณี"
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ บริเวณทางออกของสถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนต.ค. 59 ผู้เสียหายได้พบเฟซบุ๊กของ น.ส.ลฎาภา ผู้ต้องหา ซึ่งเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน ได้โพสต์ข้อความประกาศหาคนไปทำงานคาซิโนที่ประเทศสิงคโปร์ ผู้เสียหายเกิดความสนใจจึงได้ติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียด
โดยผู้ต้องหาได้ใช้อุบายหลอกลวงอ้างว่าเป็นงานแลกชิพในคาซิโนที่ประเทศสิงคโปร์ มีรายได้เดือนละประมาณ 100,000 บาท มีสวัสดิการกินอยู่ฟรี มีห้องพักให้ และจะออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ก่อนทั้งหมดแล้วจึงค่อยไปหักเงินเพื่อใช้หนี้ในภายหลัง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงไปจัดทำหนังสือเดินทางและได้ชักชวนเพื่อนสาวอีกคนไปทำงานด้วยกัน
ต่อมาเมื่อถึงกำหนดการเดินทาง ผู้ต้องหาได้แจ้งผู้เสียหายทั้งสองว่าต้องเปลี่ยนประเทศไปทำงานที่ประเทศบาห์เรนแทน เมื่อผู้เสียหายทั้งสองเดินทางไปถึงประเทศบาห์เรน ได้พบกับชายชาวบาห์เรนมารับไปส่งที่ตึกทำงาน และพบกับกลุ่มหญิงไทยมาต้อนรับ
เมื่อพูดคุยสอบถามจึงทำให้ทราบความจริงว่าตนเองถูกหลอกมาทำงานค้าประเวณี และทราบว่าผู้ต้องหานั้นเคยหลอกผู้อื่นหลายคนมาทำงานในลักษณะนี้ โดยผู้ต้องหาจะได้รับค่านายหน้าประมาณ 30,000 บาทต่อคน ผู้เสียหายจึงแจ้งความประสงค์ว่าไม่ต้องการทำงานค้าประเวณี
แต่ทางกลุ่มผู้ดูแลข่มขู่ว่าหากไม่ทำจะต้องหาเงินมาจ่ายค่าหนี้ในการเดินทางมาต่างประเทศเป็นเงินจำนวน 100,000 กว่าบาท ผู้เสียหายจึงพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือจากญาติโดยยังไม่ได้ถูกบังคับให้ค้าประเวณี
กระทั่งต่อมาทางมูลนิธิปวีณาได้ประสานงานเข้าให้การช่วยเหลือ พาผู้เสียหายทั้งสองไปแจ้งความที่สถานีตำรวจประเทศบาห์เรน และเดินทางกลับมาเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคม. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับ
จนกระทั่งสืบทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมากบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก จึงนำกำลังลงพื้นที่ติดตามและเข้าจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป