หญิงวัย 67 ปี โรยตัวลงบ่อเกรอะช่วยสุนัข ที่ตกบ่อเกรอะ ก่อนขาดอากาศเสียชีวิตก้นบ่อ ขณะที่ สุนัขตัวดังกล่าว ลอยคอเฝ้าศพเจ้าของ เจ้าหน้าที่ช่วยขึ้นจากบ่อได้อย่างปลอดภัย
วันที่ 26 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยอรัญประเทศ รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในบ่อเกรอะร้าง บริเวณข้างโรงเรียนบ้านกิโล 2 ตำบลอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบ นำโดย ร.ต.อ.อภิญญา งามวงศา ร้อยเวรสอบสวน
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงจุดเกิดเหตุ พบเป็นบ่อเกรอะเก่า ภายในพื้นที่รกร้าง ลักษณะปากบ่อถูกปิดด้วยฝาไม้ที่ชำรุดแตกเป็นช่องขนาดใหญ่ เมื่อตรวจสอบภายในบ่อ พบร่างหญิงสูงอายุเสียชีวิตอยู่ก้นบ่อในสภาพศีรษะทิ่มลงน้ำ ขาชี้ขึ้นด้านบน ไม่ตอบสนองใด ๆ ทราบชื่อต่อมาคือ นางเอ อายุ 67 ปี ใกล้กันยังพบสุนัขเพศเมียชื่อ “เจ้าดำ” อายุประมาณ 5-6 เดือน ลอยคออยู่ภายในบ่อไม่ห่างจากร่างผู้เสียชีวิต สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
จากการตรวจสอบบริเวณปากบ่อ พบเชือกตกอยู่ คาดว่าใช้สำหรับโรยตัวลงไปช่วยเหลือสัตว์เลี้ยง ประกอบกับฝาไม้ที่ปิดบ่อมีร่องรอยแตกหัก เจ้าหน้าที่จึงเก็บข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกันพื้นที่ เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด
สอบถามญาติและลูกชายของผู้เสียชีวิต ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ “เจ้าดำ” ได้พลัดตกลงไปในบ่อเกรอะร้าง ผู้ตายจึงพยายามลงไปช่วยเหลือ โดยใช้เชือกโรยตัวลงไปหวังนำสุนัขขึ้นมา แต่หลังจากลงไปแล้วกลับไม่สามารถขึ้นมาได้อีก คาดว่าเกิดอาการขาดอากาศหายใจ เนื่องจากภายในบ่อเป็นพื้นที่ปิด อับอากาศ และอาจมีแก๊สพิษสะสมอยู่จำนวนมาก ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้หมดสติและเสียชีวิตภายในบ่อ
ด้าน ลูกชายของผู้เสียชีวิต เผยว่า ช่วงเช้าได้โทรศัพท์หาแม่หลายครั้ง แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อขาดการติดต่อไปนานหลายชั่วโมง จึงรีบเดินทางกลับมาที่บ้านเพื่อตามหา เมื่อมาถึงพบว่าปากบ่อมีร่องรอยผิดปกติ ฝาไม้แตกหัก จึงชะโงกลงไปดู ก่อนพบร่างแม่นอนแน่นิ่งอยู่ก้นบ่อ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือทันที
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้อุปกรณ์นำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นจากบ่ออย่างระมัดระวัง เนื่องจากเกรงว่ายังมีแก๊สพิษตกค้างอยู่ภายใน พร้อมช่วยเหลือนำ “เจ้าดำ” ขึ้นมาจากบ่อได้อย่างปลอดภัย
เบื้องต้น ร.ต.อ.อภิญญา งามวงศา ร้อยเวรสอบสวน สภ.อรัญประเทศ ได้ร่วมตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ บันทึกภาพ และสอบปากคำพยานแวดล้อม ก่อนสันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจภายในบ่อเกรอะซึ่งเป็นพื้นที่อับอากาศ ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย ก่อนมอบร่างให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชนว่า บ่อเกรอะ บ่อบาดาล หรือพื้นที่อับอากาศทุกชนิด อาจมีแก๊สพิษสะสมและมีระดับออกซิเจนต่ำ หากไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน หรือไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรลงไปช่วยเหลือด้วยตนเอง เพราะอาจเกิดเหตุสูญเสียซ้ำรอยได้อย่างไม่คาดคิด