สนามข่าว 7 สี - เห็นด้วยหรือไม่ กับมาตรการปิดไฟถนนของกรมทางหลวงชนบท เพื่อลดการใช้ไฟฟ้า เพราะจะเริ่มมาตรการ 1 พฤษภาคม นี้แล้ว
หลังจากที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกำหนดแนวทางการลดใช้พลังงานนั้น
เรื่องนี้ นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ได้เร่งดำเนินการตามนโยบายทันที ออกมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม ลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างบนถนนในความรับผิดชอบ โดยจะเน้นการปิดไฟส่องสว่าง เฉพาะที่มีความเสี่ยงต่ำเท่านั้น เพราะยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้ทางเป็นหลัก
ทั้งนี้ จะพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณการใช้เส้นทางในช่วงเวลากลางคืนน้อย, ไม่มีจุดเสี่ยงอันตราย เช่น ทางแยก ทางโค้งอันตราย บริเวณคอขวด หรือพื้นที่ชุมชนหนาแน่น, ไม่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งมาตรการนี้ เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นต้นไป
ขณะนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานภายในสังกัดกรมทางหลวงชนบท ออกสำรวจวิเคราะห์ ประเมินความเหมาะสมในแต่พื้นที่รับผิดชอบ และประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงก่อนที่จะดำเนินการ และให้มีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง หลังเริ่มใช้มาตรการ หากพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ให้กลับมาเปิดไฟฟ้าแสงสว่างตามปกติได้ทันที
ขณะที่ เสียงประชาชนส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วย เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย ออกมาแสดงความเห็น และข้อเสนอแนะต่าง ๆ ผ่านสื่อโซเชียลฯ เช่น อาจจะใช้แผงโซลาร์เซลล์ช่วย ก็จะประหยัดการใช้ไฟฟ้าได้มาก บางคอมเมนต์ ก็ระบุ ปกติก็ปิดมากกว่าเปิดอยู่แล้ว หรือบางคอมเมนต์ก็ห่วง หากฝนตก ไม่มีแสงไฟฟ้าส่องถนน อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
ฝ่ายการเมืองก็ออกมาฉะแนวคิดนี้กันหลายคน โดยเฉพาะ สส.พรรคประชาชน อย่าง นายวัชรพงษ์ ศิริรักษ์ โพสต์ถาม กรมทางหลวงชนบท เอาสมองส่วนไหนคิด ปิดไฟถนนเพื่อประหยัดพลังงาน ไฟถนนหลายเส้นแทบไม่ติดอยู่แล้ว มีเป็นร้อยวิธีที่ประหยัดพลังงานได้ แต่กลับเลือกตัดความปลอดภัยของประชาชน
ส่วน นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. โพสต์ระบุ กรมทางหลวงชนบท เอาใจรัฐมนตรี ของเดิมก็มืดอยู่แล้ว ถ้าปิดเพิ่ม อุบัติเหตุตามมาแน่ การปิดไฟช่วยไม่ได้เท่าไร เหตุระยะห่าง-ความถี่-ตำแหน่ง ถูกกำหนดเพื่อกระจายแสงให้เพียงพอต่อการใช้งาน แนะเปลี่ยนหลอดไฟจากไฟส้มแสงจันทร์ เป็นไฟ LED จะดีกว่า
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ถามกลับไปที่ กรมทางหลวงชนบท ว่า คุ้มกับความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ กรณีที่กรมทางหลวงชนบท ชี้แจงว่า "ต่อให้ลดไฟ ความสว่างก็ยังคงเป็นไปตามมาตรฐานสากล" จึงมีข้อสงสัยตามมาอีกว่า แล้วที่ผ่านมาติดไฟถี่เกินไปทำไม
ในโพสต์ยังเปิดสถิติด้วยว่า ไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ปีละประมาณ 17,000-17,500 ราย และเป็นการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตอนกลางคืนประมาณ 9,000-10,000 ราย หรือคิดเป็น 60 %
หากความมืดและแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ มีอิทธิพลประมาณ 20-30 % ก็ประเมินได้ว่า ความไม่สว่าง อาจสร้างความสูญเสียได้มากถึง 6 หมื่น ถึง 1 แสนล้านบาทต่อปี ไม่น่าจะคุ้ม เมื่อเทียบกับค่าไฟฟ้าที่กรมทางหลวงชนบทสามารถประหยัดได้ จึงเป็นคำถามที่อยากให้กรมทางหลวงชนบทชี้แจงเพิ่มเติม ว่ามีถนนเส้นไหนบ้าง ที่กรมทางลวงชนบทติดโคมไฟส่องสว่าง ที่มีความถี่มากเกินไป มีความสว่างเกินมาตรฐานสากล และที่ผ่านมากรมทางหลวงชนบททำเช่นนั้นไปทำไม
กระแสคัดค้านเริ่มมากขึ้น ทำให้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องออกมาย้ำ ให้ปิดเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยงต่ำ เรื่องแบบนี้ไม่ควรต้องหยิบยกมาเป็นประเด็นการเมือง กล่าวหาข้าราชการเอาใจนาย ในเมื่อเรื่องประหยัดพลังงานก็เป็นเรื่องที่ต้องมีการดำเนินการในภาวะเช่นนี้อยู่แล้ว เพราะปกติค่าไฟสาธารณะ ก็จะถูกนำไปบวกกับหน่วยการใช้ไฟของประชาชน ก็จะเป็นภาระของประชาชนอีก ยิ่งถ้าเราไม่ทำ ไม่ตัดส่วนที่ไม่จำเป็น ก็จะยิ่งซ้ำเติมประชาชนในสถานการณ์แบบนี้ การเปลี่ยนหลอดไฟ ใช่ว่าจะทำทั้งหมดได้ในเวลาสั้น ๆ
ดังนั้น ทำอะไรได้ พวกเราก็ควรดำเนินการไปก่อน รวมถึงท่านผู้วิจารณ์ ก็ควรค้านแบบสร้างสรรค์ ดูสถานการณ์โลก ไม่ใช่ค้านแบบมุกเดิม ๆ ที่ไม่ทันกับสถานการณ์แล้ว