สนามข่าว 7 สี - รัฐมนตรีฯ พลังงาน มอบหมาย "โอ๋ สุดซอย“ และทีมกฎหมายกรมธุรกิจพลังงาน ร้องทุกข์ดีเอสไอ ดำเนินคดี 6 บริษัทคลังน้ำมัน ในจังหวัดระยอง และชลบุรี โยงพฤติการณ์ออกใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือไม่ถูกต้อง 166 ใบ
"โอ๋ สุดซอย" ร้องเอาผิด 6 บริษัทน้ำมัน
นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หรือ โอ๋ สุดซอย คณะทำงานสุดซอยคดีการกักตุนน้ำมัน และทีมงานกฎหมาย รับมอบจาก นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัทคลังน้ำมัน 6 บริษัท กับดีเอสไอ หลังตรวจพบมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับใบขนส่งน้ำมัน 166 รายการ ซึ่งเป็นของบริษัทคลังน้ำมัน 6 แห่ง ที่มีการส่งน้ำมันไปยังผู้ค้าในพื้นที่ภาคใต้ ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543
โดยเอกสารที่ตรวจพบความผิดเป็นการขนส่งน้ำมันทางเรือ จากโรงกลั่นในจังหวัดระยองและชลบุรี ไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร และสงขลา โดยเฉพาะใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ค้าน้ำมัน ทั้ง 6 ราย มีเอกสารไม่เป็นไปตามประกาศของกรมธุรกิจพลังงาน
ซึ่งใบกำกับการขนส่งทางเรือตามกฎหมายต้องมีข้อมูลสำคัญรวม 8 รายการ แต่จากการตรวจสอบพบว่าหลายใบมีข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือระบุไม่ถูกต้อง เช่น ไม่ระบุวันที่ออกเอกสาร ไม่ระบุหมายเลขซีล หมายเลขเรือ ชื่อเรือ หรือไม่ระบุต้นทางรับน้ำมัน และเอกสารบางฉบับ พบระยะเวลาการเดินเรือผิดปกติ ใช้เวลาขนส่งนานกว่าปกติประมาณ 2-3 วัน
ส่วนจะเข้าข่ายปลอมแปลงเอกสารหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของ DSI ในการสืบสวนสอบสวน และนำไปขยายผลต่อ
โดย พันตำรวจโท อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ เปิดเผยว่า จะรับเรื่องไว้ตรวจสอบ เพื่อพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่
นอกจากนี้ กรณีการสอบสวนบริษัทในจังหวัดอ่างทอง ที่มีการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ทางอธิบดีฯ ได้มีคำสั่งรับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษอีกหนึ่งคดีเรียบร้อยแล้ว และจะมีการออกหมายเรียกพยานแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม และผู้ถือหุ้น เพื่อเข้ามาให้ปากคำชี้แจงในฐานะพยานตามขั้นตอนต่อไป
ส่วนการสืบสวนบริษัทเจ้าของเรือขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 8 บริษัท ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับประเด็นน้ำมันล่องหนกลางทะเลประมาณ 60 ล้านลิตร ที่ผ่านมาคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน สอบปากคำบริษัทเจ้าของเรือไปแล้วทั้งสิ้น 6 บริษัท จึงเหลืออีกเพียง 2 บริษัท ที่อยู่ระหว่างประสานว่าจะเข้าพบพนักงานสอบสวนภายในสัปดาห์นี้
"รังสิมันต์-ศุภโชค" ร่วมตรวจสอบคลังน้ำมัน จ.เพชรบุรี
ขณะที่ช่วงบ่ายวานนี้ นายรังสิมันต์ โรม พร้อมด้วย นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทีมงานสุดซอย เจ้าหน้าที่ศุลกากร และ DSI ร่วมตรวจสอบหนึ่งในคลังและโรงกลั่นน้ำมัน ในจังหวัดเพชรบุรี ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนักธุรกิจรายหนึ่ง ที่คาดว่าจะเป็นตัวการใหญ่ ที่มีส่วนพัวพันกรณีการกักตุนน้ำมัน ตามคำเชิญของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หลัง นายรังสิมันต์ ได้ตั้งกระทู้สดด้วยวาจาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
โดย คลังน้ำมัน และโรงกลั่น ที่เข้าตรวจสอบเมื่อวาน ตั้งอยู่ในพื้นที่ติดกัน และมีการจดทะเบียนเป็น 2 นิติบุคคล แต่ทั้งสองส่วนกลับอยู่ภายใต้นิติบุคคลเดียวกัน
สิ่งที่น่าแปลกคือ ในส่วนของโรงกลั่น หยุดดำเนินการไปเมื่อปี 2564 แต่มีน้ำมันค้างอยู่ในโรงกลั่นประมาณ 5 ล้านลิตร ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตปลอดอากร (Free Zone) หลังการตรวจสอบ คณะทำงานฯ ได้สั่งการให้ทางบริษัทฯ และกรมศุลกากร จัดส่งเอกสารรายละเอียด พร้อมให้เจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดเก็บตัวอย่างน้ำมันไปตรวจสอบคุณภาพต่อไป
ขณะที่ นายศุภโชติ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบเมื่อวานนี้ พบช่องโหว่ของระบบตรวจสอบของภาครัฐ อย่างเช่น กรณีน้ำมันที่ค้างอยู่ประมาณ 5 ล้านลิตร ผู้ชี้แจงระบุว่าไม่ได้มีการนำน้ำมันออกมาเลย ค้างอยู่ตั้งแต่ปี 2564-2569 ทำให้เกิดคำถามว่าทำไมถึง ไม่มีความพยายามนำน้ำมันนี้ออกมาขายต่อ เพราะหลังจากปี 2564 โลกประสบภาวะวิกฤตราคาน้ำมันถึง 2 ครั้ง คือจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางปัจจุบัน
นอกจากนี้ในส่วนของซีลปิดผนึกถังน้ำมันเหล่านี้เป็นรูปแบบใหม่ แม้แต่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่ร่วมคณะ ก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นซีลของกรมจริงหรือไม่