“สีหศักดิ์” แจ้งกัมพูชาโดยตรง ไทยเดินหน้ายกเลิก MOU 44 ย้ำไม่กระทบการเจรจา
วันนี้ (28 เม.ย.69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือทวิภาคีกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-สหภาพยุโรป (ASEAN-EU Ministerial Meeting: AEMM) ครั้งที่ 25 ที่กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน บรูไนดารุสซาลาม
ประเด็นสำคัญที่ได้แจ้งต่อฝ่ายกัมพูชาโดยตรงคือ ไทยกำลังอยู่ในกระบวนการยกเลิก MOU 44 หรือ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน ซึ่งจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในไม่ช้า และจะมีหนังสือแจ้งฝ่ายกัมพูชาอย่างเป็นทางการหลังมีมติคณะรัฐมนตรียกเลิก MOU 44
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำว่า การยกเลิก MOU 44 ไม่ได้หมายถึงการยกเลิกการเจรจา แต่เป็นการปรับไปใช้กรอบการเจรจาที่ชัดเจนและเป็นสากลมากขึ้น ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS โดยจะเริ่มจากการบริหารจัดการเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้การเจรจาในพื้นที่ทับซ้อนมีประสิทธิภาพมากขึ้น “MOU 44 มีผลบังคับใช้มากว่า 20 ปี แต่ยังไม่เกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม จึงจำเป็นต้องหาแนวทางใหม่ที่เหมาะสมกว่า”
นายสีหศักดิ์ ยกตัวอย่างถึงการเจรจากับมาเลเซียในอดีต ก็สามารถดำเนินการภายใต้กรอบ UNCLOS ได้โดยไม่ต้องมี MOU ลักษณะเดียวกันและยืนยันว่า การปรับกรอบครั้งนี้จะไม่กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ แต่จะทำให้การเจรจาชัดเจนและเป็นธรรมมากขึ้นตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยรัฐบาลไทยพร้อมเดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์กับกัมพูชาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยอาศัยความร่วมมือชายแดน ความมั่นคงชายแดน และมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อให้บรรยากาศโดยรวมเอื้อต่อการหารือในทุกระดับต่อไป
สำหรับการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ฝ่ายกัมพูชาแสดงความประสงค์จัดประชุม ขณะที่ฝ่ายไทยชี้แจงว่า ต้องมีการเตรียมการภายในก่อน โดยเฉพาะองค์ประกอบของคณะผู้แทนไทย และควรมีการเตรียมการก่อนการประชุม JBC อย่างเป็นทางการ เพื่อให้การหารือดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ