ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตามกันต่อกับคนร้ายที่เป็นคนจีน 2 คน ก่อเหตุชิงทองที่โคราช สุดท้ายถูกจับอ้างว่าเที่ยวจนเงินหมดเลยก่อเหตุ แต่ตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การนี้
เป็นภาพขณะที่ชาวจีน 2 คน สวมหมวกไอ้โม่งบุกเข้าไปในร้านทอง ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา คนหนึ่งถือปืนข่มขู่พนักงาน อีกคนใช้ค้อนทุบตู้กระจกแตก คนร้ายช่วยกันหยิบแหวนทองในตู้ เดินออกจากร้านขึ้นรถเก๋งสีขาว หลบหนีไป เหตุเกิดช่วง 10.00 น. วานนี้ (27 เม.ย.)
จนเมื่อช่วง 18.00 น. ตำรวจตรวจค้นเข้าเมือง 4 ร่วมกับชุดสืบสวนภูธรภาค 3 เปิดปฏิบัติการไล่ล่าคนร้ายข้ามจังหวัด แกะรอยพบว่าคนร้ายเช่ารถที่ร้านย่านประเวศ กรุงเทพฯ ไปก่อนเหตุ จึงไปดักเฝ้ารอเมื่อคนร้ายขับรถเข้ามาจึงแสดงตัวจับกุม ตรวจค้นพบแหวนทอง 44 วง ต่างหู 102 ชิ้น น้ำหนักรวมเกือบ 18 บาท มูลค่า 1,260,000 บาท ปิดฉากการไล่ล่าข้ามจังหวัด ใช้เวลาเพียง 8 ชั่วโมง
สอบสวนเบื้องต้น คนร้ายอ้างว่าเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย มีแฟนสาวชาวไทย ท่องเที่ยวจนเงินหมด จึงวางแผนก่อเหตุชิงทรัพย์ ใช้ปืนปลอม โยนทิ้งน้ำไปแล้วระหว่างหลบหนี ตำรวจอยู่ในระหว่างติดตามรวบรวมพยานหลักฐาน คุมตัวทั้ง 2 คน กลับไปดำเนินคดีที่จังหวัดนครราชสีมา
และเช้าวันนี้ ทางตำรวจคุมตัวทั้ง 2 คน ไปถึง สภ.โชคชัย แล้ว เรียกว่าพอถึงปุ๊บ สอบปากคำต่อปั๊บ ไม่ให้หายใจกันเลย แล้วการสอบปากคำเป็นการสอบปากคำแบบเข้มข้น และแยกกันสอบปากคำ โดยมีล่ามภาษาจีนในการสื่อสาร โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มีสีหน้าค่อนข้างเคร่งเครียด แล้วจะมีการทำแผนในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การที่ว่าเที่ยวจนเงินหมด จึงก่อเหตุ
เบื้องต้น ผู้ต้องหา อ้างว่า ถูกชักชวนผ่านทางอินเทอร์เน็ต ให้มาทำงานซ่อมโดรนในประเทศไทย โดยจะได้ค่าจ้างสูงถึง 40,000 ดอลลาร์ต่อลำ ผู้ต้องหาซึ่งมีอาชีพซ่อมโดรนอยู่แล้ว จึงเดินทางเข้ามาประเทศไทย พร้อมลูกมือ
เมื่อมาถึงไทยได้เช่ารถขับไปตามจีพีเอสที่ได้รับ แต่เมื่อถึงด่านชายแดนกัมพูชา เกิดความกลัวไม่กล้าไปต่อ ผู้ว่าจ้างจึงส่งพิกัดใหม่ให้ไปยังพื้นที่แม่สอด แต่ก็ยังไม่กล้าไปอีก กระทั่งเงินหมด เหลือติดตัวเพียง 20 บาท จึงตัดสินใจก่อเหตุชิงทอง เพื่อนำเงินไปใช้จ่าย โดยทองของกลางส่วนหนึ่งนำไปขายได้เงิน 16,800 บาท จากนั้นจะนำรถไปคืน หลังจากนั้นตั้งใจว่าจะประสานสถานทูตจีนเพื่อเข้ามอบตัว แต่ถูกจับกุมเสียก่อน
นอกจากนี้ ตำรวจยังพบว่าทั้ง 2 คน มีความพยายามก่อเหตุกับร้านทองในพื้นที่อำเภอบ้านเหลื่อม เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา แต่จังหวะก่อเหตุไม่ได้ เลยไม่ได้ลงมือ แต่กล้องวงจรปิดจับภาพใบหน้าไว้ได้
ขณะที่ เจ้าของร้านทองที่เกิดเหตุ บอกว่า ต้องขอบคุณตำรวจที่จับคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว ตอนนี้พนักงานในร้านบังผวาอยู่บ้าง หลังจากนี้ร้านจะระมัดระวังตัวเองเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี ข้าวยากหมากแพง แบบนี้