ห้องข่าวภาคเที่ยง - เริ่มที่อุดรธานี กับอุบัติเหตุที่เป็นอุทาหรณ์ เด็กชายคนหนึ่งซ้อนจักรยานยนต์ แล้วเสื้อแขนยาวไปพันโซ่ จนดึงแขนน้องหัก
อุทาหรณ์ เด็กสวมเสื้อแขนยาว ติดโซ่รถ จยย. จ.อุดรธานี
นี่เป็นภาพขณะที่พลเมืองดี กำลังช่วยถอดล้อหลังของรถจักรยานยนต์ เพื่อช่วยเหลือ เด็กชายอายุ 11 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุแขนซ้ายเข้าไปติดแน่นอยู่ในซี่ล้อและสเตอร์ของรถจักรยานยนต์ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (28 เม.ย.) ในพื้นที่อำเภอเมืองอุดรธานี
สุดท้ายเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งการช่วยเหลือต้องใช้ความใจเย็น เพราะต้องค่อย ๆ ถอดล้อหลังรถจักรยานยนต์ นำกรรไกรตัดเหล็กขนาดใหญ่มาช่วยกันตัดโซ่รถจักรยานยนต์เพื่อคลายแรงบีบตลอดเวลาการช่วยเหลือ แม่ของน้องกอดลูกไว้แน่น แต่สิ่งที่ต้องชื่นชมคือหัวจิตหัวใจของน้องที่ประสบเหตุ เข้มแข็งมาก ไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว และรอการช่วยเหลืออย่างใจเย็น จึงทำให้ในที่สุดทุกคนก็ช่วยนำแขนของน้องออกมาได้ ซึ่งน้องได้รับบาดเจ็บแขนซ้ายด้านบนหัก และบาดแผลฉกรรจ์บริเวณใบหู เจ้าหน้าที่จึงรีบปฐมพยาบาล และนำตัวส่งโรงพยาบาล
จากการสอบถามว่าแขนของน้องเข้าไปติดได้อย่างไร ก็ได้คำตอบว่า น้องสวมเสื้อแขนยาว และด้วยความที่แขนเสื้อยาว ไปเกี่ยวกับโซ่รถ จากนั้นก็โดนสเตอร์ และล้อหลังดึงอย่างแรง จนแขนน้องไปติด จนได้รับบาดเจ็บ เรื่องนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ว่าจะซ้อนหรือขี่จักรยานยนต์ ต้องระมัดระวัง ขากางเกง ชายกระโปรง หรือเสื้อแขนยาวให้ดี เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้
เตรียมรับร่างเด็ก 4 ขวบ เสียชีวิตในรถ จ.ขอนแก่น
ขณะที่อุบัติเหตุอีกจุดที่เกิดกับเด็ก แต่คราวนี้กลายเป็นเหตุสลด ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น เด็กหญิงอายุ 4 ขวบ เดินอุ้มของบางอย่าง คาดว่าเป็นเสื้อผ้า เดินมาจากบ้านยายซึ่งอยู่ใกล้กัน เมื่อถึงหลังรถเด็กหญิงวางของที่อุ้มมาในมือลงที่พื้น แล้วเปิดประตูรถ แล้วยกของที่วางที่พื้นขึ้นไปบนรถ ก่อนเข้าไปและปิดประตูจากนั้นไม่มีความเคลื่อนไหวอีกเลย
แม่ของเด็กหญิง ซึ่งอายุ 34 ปี ที่ยังอยู่ในอาการโศกเศร้า เล่าเหตุการณ์ ทั้งน้ำตาว่าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แยกทางกับสามี โดยมีลูกด้วยกัน 3 คน 2 คนแรกเป็นผู้ชาย และมีน้อง เป็นลูกสาวคนสุดท้อง โดยลูกชายคนกลางสามีเป็นผู้ดูแล ลูกชายคนโต และน้องอยู่กับคุณยายของน้อง ส่วนตัวเองมีอาชีพเปิดร้านขายของอยู่ที่ตำบลสาวะถี อำเภอเมืองขอนแก่น จะกลับมาเยี่ยมลูก ๆ เป็นประจำ
โดยก่อนเกิดเหตุ มาถึงที่บ้านจากนั้นก็เข้าไปหาลูก โดยลูกสาวอ้อนขอกลับไปบ้านที่บ้านสาวะถี ซึ่งทุกครั้งที่มาก็ไม่ได้รับลูกไปด้วย แต่ก็เคยสัญญากันไว้ว่าจะรับไปด้วย มาวันนี้เห็นว่าปิดเทอม จึงตั้งใจจะพาลูกไปด้วย แต่ก็คุยกับลูกว่ามีธุระประมาณ 14.00 น. ค่อยไปกับแม่ ก่อนที่ลูกจะไปวิ่งเล่น เข้าใจว่าลูกสาวอยู่กับคุณยาย กระทั่งเวลาผ่านจนเกือบเที่ยง ไม่เห็นลูกสาว จึงเดินออกไปดู กระทั่งมาพบลูกนอนนิ่งอยู่ที่เบาะหลังของรถ ซึ่งตอนนั้นอากาศร้อนมาก และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือแต่ก็ไม่ทันแล้ว
และในวันนี้ ทางครอบครัวของเด็กหญิงจะไปที่โรงพยาบาล เพื่อขอรับศพของเด็กหญิง กลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป ซึ่งตอนนี้ครอบครัวยังเศร้าโศกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น