โฆษกศาลยุติธรรม เผย ศาลจ่อถกมาตรการคุ้มครองสิทธิจำเลย ไร้เงินเสียค่าปรับ 26 พ.ค.นี้ แจง มิติของศาลคือการบังคับโทษ ส่วนการทำงานแทนค่าปรับ จำเลยต้องยื่นขอ ศาลสั่งเองไม่ได้
วันนี้ (29 เม.ย.69) นายสุริยันต์ หงษ์วิไล โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงมาตรการทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับว่า มาตรการทางกฎหมายในคดีอาญา เมื่อศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระค่าปรับ แต่จำเลยไม่สามารถชำระเงินได้ ศาลจึงเปลี่ยนเป็นการกักขังแทนค่าปรับ ซึ่งมิติของศาลคือการบังคับโทษ แต่ขณะเดียวกันศาลก็มีมาตรการหลายข้อเพื่อคุ้มครองสิทธิจำเลยที่ไม่มีเงินชำระค่าปรับ เช่น ขอผ่อนชำระ หรือขอทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับ โดยคดีที่มีโทษปรับจะเป็นคดีที่ศาลใช้ดุลพินิจให้ จำคุก แต่โทษจำคุกให้ รอลงอาญาและปรับ เช่น คดีเมาแล้วขับ หากมีโทษปรับก็เป็นสิทธิที่จำเลยจะยื่นขอทำงานบริการสังคมแทนได้ ศาลจะพิจารณาให้ ยกเว้นจำเลยไม่ได้ยื่นคำร้องขอทำงานบริการสังคม ซึ่งศาลก็ไม่สามารถสั่งเกินคำขอได้ เพราะเป็นการลิดรอนสิทธิ ทั้งนี้ จำเลยผู้ต้องโทษปรับอาจไม่ทราบถึงสิทธิของตัวเอง ศาลจะสื่อสารทำความเข้าใจอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 26 พ.ค.69 จะมีประชุมเกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองสิทธิจำเลย โดยมีประเด็นพิจารณา คือ 1. สภาพความเป็นจริงที่จำเลยไม่มีเงินชำระค่าปรับ และการทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับก็มีเจ้าภาพน้อย ที่ผ่านมามีแค่กระทรวงพัฒนาสังคม และกรมคุมประพฤติ 2.รัฐต้องการทรัพย์ ที่ผ่านมาศาลไม่รู้ฐานะของจำเลยว่ามีหรือไม่มีทรัพย์ ถ้ามีทรัพย์ก็จะใช้มาตรการทางแพ่ง เช่น ยึดทรัพย์ 3. สถานที่กักขังและระยะเวลาในการกักขัง และ 4. หามาตรการอื่นเป็นทางเลือก เช่น เพิ่มหน่วยงานภาคีเป็นเจ้าภาพตรวจสอบการทำงานบริการสังคม