สส. พรรคส้ม แฉตำรวจชั้นผู้น้อยตกเป็นเหยื่อเบี้ยเลี้ยงหาย

สส. พรรคส้ม แฉตำรวจชั้นผู้น้อยตกเป็นเหยื่อเบี้ยเลี้ยงหาย

View icon 31
วันที่ 30 เม.ย. 2569 | 09.53 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สส. พรรคส้ม แฉตำรวจชั้นผู้น้อยตกเป็นเหยื่อเบี้ยเลี้ยงหาย ค่าตอบแทนถูกเรียกคืน ปัญหาอาจเกิดจากเลือกที่จะหลบระเบียบ แล้วบริหารเงินนอกระบบกันเอง ทำให้เกิดช่องว่างขูดรีดลูกน้อง

วันนี้ (30 เม.ย.69) นายชยพล สท้อนดี สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน เปิดเผยข้อมูลการติดตามตรวจสอบเงินสวัสดิการของข้าราชการตำรวจผ่านพื้นที่เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ตำรวจเองก็เป็นเหยื่อ เมื่อเบี้ยเลี้ยงเขาหายไป ที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้ติดตามและตรวจสอบประเด็นเรื่องสวัสดิการของทหาร โดยเฉพาะทหารชั้นผู้น้อย ทั้งเรื่องการได้รับค่าตอบแทนไม่ครบตามระเบียบ ถูกยึดบัตร ATM ถูกโกงเบี้ยเลี้ยง การซ้อมทรมาน การถูกส่งไปทำภารกิจที่ไม่ใช่หน้าที่ การเป็นทหารรับใช้ ฯลฯ แต่เมื่อลองติดตามประเด็นนี้ในวงการสีกากีดูบ้าง กลับได้พบกับหลักฐานที่สนใจไม่แพ้กัน ว่าตำรวจก็มีการโอนเบี้ยเลี้ยงหรือค่าตอบแทนคืน มูลค่าเกือบ 2 แสนบาทจากเจ้าหน้าที่เพียง 29 คน

ข้อความตอนหนึ่ง นายชยพล ระบุว่า ปกติแล้วค่าตอบแทนของตำรวจ จะประกอบไปด้วยเงินเดือนฐาน ยศหรือตำแหน่งที่บรรจุจะมีเงินประจำตำแหน่งเพิ่มให้ตามระเบียบ เป็นพนักงานสอบสวนก็จะมีเงินค่าทำสำนวน เป็นฝ่ายสืบสวนก็จะมีเงินรางวัลนำจับ ที่จะมอบให้กับคนที่มีส่วนร่วมในการสืบสวนคดี ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตอบแทนการทำงานอย่างหนักของตำรวจที่ดูแลประชาชน  ซึ่งตำรวจเองก็ไม่ได้รับงบประมาณสวัสดิการสนับสนุนมากเพียงพอ อย่างที่รู้กันว่า แม้แต่ค่าใช้จ่ายเพื่อทำงานใน สน.ยังต้องลงขันออกกันเองอยู่เลย (ฝ่ายสืบสวนเบิกจากกองทุนสืบสวนได้)

ผมได้ติดตามหลายประเด็นในวงการตำรวจ กระทั่งได้พบกับหลักฐานที่น่ากังวลจากฝ่ายสืบสวน ที่มีหน้าที่ทำคดีสืบสวนหาหลักฐานจนกระทั่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา หลักฐานที่พบ คือเอกสารระบุเงินค่าตอบแทนที่ฝ่ายสืบสวนต้องได้รับจากการทำคดีติดตามจับกุมผู้ร้าย ที่ทำเรื่องเบิกจ่ายอย่างถูกต้องตามระเบียบของ สตช. แต่ปรากฏว่าในเอกสารนั้น มีการระบุให้ต้องโอนเงินคืน จากที่ควรได้ 8,343 บาท ต้องโอนเงินคืนให้ถึง 6,800 บาท โดยรวมมูลค่าเงินจาก 29 คน มีมูลค่ามากถึง 197,200 บาท จากที่ผมตามเช็ก การบริหารเงินและค่าตอบแทนต่าง ๆ ของชุดสืบสวนจะขึ้นอยู่กับหัวหน้าชุด ซึ่งถ้าได้หัวหน้าที่ดี เงินก็จะกระจายไปถึงลูกทีม แต่ถ้าหัวหน้าใจร้ายหน่อยก็จะขอเงินคืนเยอะแบบที่เห็นกันในตัวอย่าง แม้แต่หัวหน้าชุดเอง ก็มีปัญหาแบบเดียวกัน กับหัวหน้าของตัวเองที่คุมต้นน้ำลำธารเงินอีกทอดด้วยเหมือนกัน

นายชยพล ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตำรวจบางคนอาจพยายามอธิบายว่า นี่คือเงินที่เอาไว้ใช้บริหารทีม ใช้ดำเนินงาน แต่อย่าลืมข้อเท็จจริงด้วยว่า เงินส่วนนี้ถูกส่งตามสายบังคับบัญชาขึ้นไปด้วย หากใครไม่ยอม ใครถามมาก ใครดื้อ ก็เสี่ยงจะถูกย้าย ทำให้หลายคนไม่กล้าที่จะทวงสิทธิของตัวเองในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องการมีเงินไม่พอในการดำเนินงาน นั่นเป็นปัญหาของระเบียบราชการที่ต้องช่วยกันแก้ แต่ก็จะแก้ได้ยาก ถ้าตำรวจยังคงใช้วิธีการนอกระเบียบ แบบนี้แล้วการพัฒนา สตช.ก็จะไม่มีทางเกิด

สรุป ตำรวจก็โดนโกงเงินค่าตอบแทนไม่ต่างจากทหาร ปัญหาอาจเกิดจากอุปสรรคในการเบิกงานตามระเบียบราชการ แต่การเลือกหลบระเบียบ แล้วบริหารเงินนอกระบบกันเอง ทำให้เกิดช่องว่างการทุจริตที่หัวหน้าขูดรีดลูกน้องตามลำดับชั้นลงมาเรื่อย ๆ ทำกันจนเป็นเรื่องปกติ แล้วสุดท้ายตำรวจที่ทำงานหนัก คนที่เหนื่อยและเสี่ยงอยู่หน้างานก็จะไม่ได้อะไรเลยนอกจากเศษผลประโยชน์ นี่คือปัญหาที่ซ่อนอยู่ในวงการตำรวจ และพี่น้องตำรวจต้องช่วยกันส่งเสียงเพื่อปฏิรูปวงการดีขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง