วันนี้ (30 เม.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ร่วมกันจับกุม นายธนาคาร อายุ 23 ปี และนายธราเทพ อายุ 23 ปี
ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 2426/2569 และ 2427/2569 ลง 27 เม.ย.69 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง, ร่วมกันโฆษณาจัดหางานโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด, ร่วมกันโดยทุจริต หรือ โดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคนพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลความพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน”
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก
พฤติการณ์ เมื่อประมาณ เดือน ส.ค.68 - เม.ย.69 กลุ่มผู้เสียหายได้หาข้อมูลไปทำงานต่างประเทศ เห็นประกาศรับสมัครพนักงานด้านการเกษตร ในเพจชื่อ หางานต่างประเทศ “รับสมัครพนักงานด้านการเกษตร ประเทศนิวซีแลนด์และประเทศออสเตรเลีย จะได้รับเงินเดือน 90,000 – 100,000 บาท มีที่พักฟรี ซึ่งต้องมาสมัครเองที่บริษัทเท่านั้น”
หลังจากนั้นมีกลุ่มของผู้ต้องหาติดต่อกลับมา แจ้งว่ามีงานอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์และประเทศออสเตเรีย เป็นงานเกี่ยวกับเก็บผลไม้, ทำเกษตรกรรม, ทำงานภายในฟาร์ม มีรายได้ดี ประมาณเดือนละ 85,000 บาท หากทำงานล่วงเวลา อาจจะมีรายได้ประมาณ 100,000 บาท ถ้าสนใจสมัคร โดยสามารถสมัครผ่านผู้แจ้งได้ เนื่องจากเป็นตัวแทนของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งบริษัทตั้งอยู่ที่ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ จะไปทำงานประเทศนิวซีแลนด์ และประเทศออสเตรเลีย แต่จะต้องชำระเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าทำสัญญา 80,000 บาท, ประกันชีวิต 40,000 บาท, การออกวีซ่า 9,750 บาท, ค่าแลกเงิน 33,000 บาท รวมรายจ่ายทั้งสิ้น 162,750 บาท ซึ่งบางรายต้องเอารถยนต์ไปจำนำ, ขายที่นา หรือกู้เงินมาจ่ายเป็นค่าสมัคร
โดยภายหลังที่ได้ชำระเงินไปแล้ว กลุ่มของผู้ต้องหาจะแจ้งว่า ให้ผู้เสียหายเดินทางมาอบรมพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือปริมณฑล แล้วแต่ผู้ต้องหาจะกำหนด เมื่อถึงวันนัด ผู้เสียหายได้เดินทางไปอบรมตามสถานที่นัดหมาย ไม่ปรากฎว่ามีการจัดอบรม และไม่สามารถติดต่อกับกลุ่มของผู้ต้องหาได้จึงเชื่อว่าถูกหลอก จึงได้มาพบ พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม. เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี
ภายหลังจากที่ผู้เสียหายไปสถานที่อบรมแล้วไม่ได้มีการอบรม ผู้เสียหาย 100 กว่าราย มีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และเมื่อวันที่ 25 เม.ย.69 ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวนของ กก.3 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีกับทางบริษัทดังกล่าว และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
จากการสืบสวนของ ชุดสืบสวนของ กก.3 บก.ปคม. ทราบว่า บริษัทฯ พึ่งจดทะเบียน วันที่ 29 ก.ย.68 ซึ่งจากคำให้การของผู้เสียหายพบว่าช่วงเดือน ก.ย.68 เริ่มถูกหลอกให้โอนเงินเป็นค่าเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ในส่วนโรงแรมที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นสถานที่จัดอบรมเพื่อไปทำงานต่างประเทศนั้น
จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีการจองเพื่อจัดอบรมแต่อย่างใด ซึ่งกลุ่มของผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องมีจำนวน 4 ราย แบ่งหน้าที่กันทำ โดยมี นายวันเฉลิมฯ เป็นกรรมการบริษัท, น.ส.พิชญ์จิราฯ หรือ แบม,นายธนาคาร หรือ บอย และ นายธราเทพ หรือ พัด ชุดสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม. เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ
กระทั่ง วันที่ (28 เม.ย.69) ที่ผ่านมาเพียง 3 วัน ชุดสืบสวนของ กก.3 บก.ปคม. สืบสวนพบว่า นายธนาคาร และ นายธราเทพ หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ จ.ตาก ต่อมา สามารถติดตามจับกุม นายธนาคาร และ ในวันเดียวกัน สามารถจับกุม นายธราเทพ โดยจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้ที่พักของแต่ละคน ใน ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปคม. ดำเนินคดีต่อไป
ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออยู่ระหว่างสืบสวนติดตามจับกุมตัว เพื่อนำมาดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไปชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่ได้หลอกลวงกลุ่มผู้เสียหาย แต่ตนมีหน้าที่จัดหาเอกสารสมัครงาน, คุยรายละเอียดเบื้องต้นขั้นตอนการสมัคร และการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ แล้วส่งต่อให้ น.ส.พิชญ์จิรา ทำสัญญาและจ่ายเงินต่าง ๆ ส่งเงินทั้งหมดจะส่งมอบให้ นายวันเฉลิมฯ