“อองซาน ซูจี” อดีตผู้นำเมียนมา อายุ 80 ปี ซึ่งขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ ได้รับการลดโทษจำคุกลง 1 ใน 6 เหลือประมาณ 18 ปี นับเป็นการลดโทษครั้งที่ 2 ในเวลาเพียง 2 สัปดาห์
วันนี้ (30 เม.ย. 69) สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทนายความของ “อองซาน ซูจี” อดีตผู้นำเมียนมา ที่ขณะนี้จำคุกอยู่ เผยว่า “อองซาน ซูจี” ได้รับการลดโทษลงอีก 1 ใน 6 โดยจะเหลือโทษจำคุกอีกเพียง 18 ปีเศษเท่านั้น นับเป็นการลดโทษครั้งที่ 2 ในเดือนนี้
หลังจากผ่านกระบวนการพิจารณาคดีที่ยาวนานในปี 2565 “อองซาน ซูจี” ที่ขณะนี้อายุ 80 ปี ถูกตัดสินจำคุก 33 ปี ในข้อหาหลายกระทง ทั้งข้อหายุยงปลุกปั่น การทุจริต ไปจนถึงการโกงการเลือกตั้ง และการละเมิดกฎหมายความลับของรัฐ ซึ่งฝ่ายของ “อองซาน ซูจี” ยืนยันว่าเป็นการทำเพื่อกีดกันให้ “อองซาน ซูจี” ออกจากอำนาจ
ต่อมา “มิน อ่อง หล่าย” ประธานาธิบดีคนใหม่ของเมียนมา ได้นิรโทษกรรมนักโทษ 4,335 คน และได้ลดโทษจำคุกของ “อองซาน ซูจี” ลง 1 ใน 6 (ครั้งที่ 1) ลดเหลือ 27 ปี และลดลงอีก 6 ปี ในวันนิรโทษกรรมในช่วงวันขึ้นปีใหม่ของเมียนมา และในวันเดียวกัน “วิน มยินต์” อดีตประธานาธิบดีเมียนมา ซึ่งถูกควบคุมตัวตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร เมื่อปี 2564 ก็ได้รับการปล่อยตัวด้วย
ขณะนี้ยังไม่ทราบที่คุมขังของ “อองซาน ซูจี” และเธอก็ไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะเลยนับตั้งแต่การพิจารณาคดีปี 2564 ซึ่งทางการเมียนมายังคงควบคุมตัวเธอไว้ในสถานที่ที่ไม่เปิดเผย และรัฐบาลยังไม่อนุญาตให้ทีมทนายความหรือครอบครัวของเธอเข้าพบ “อองซาน ซูจี” แบบตัวต่อตัว
ก่อนหน้านี้ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของเมียนมาเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา หลังจากการเลือกตั้ง ซึ่งนักวิจารณ์และรัฐบาลตะวันตกต่างมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเพียงขั้นตอนสร้างความชอบธรรมในการสืบทอดอำนาจของกองทัพเมียนมาเท่านั้น
ทั้งนี้ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นผู้ก่อรัฐประหารต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยซึ่งนำโดย “อองซาน ซูจี” ในปี 2564 ทำให้ประเทศเมียนมาตกอยู่ในสงครามกลางเมืองที่สุดแสนจะวุ่นวายและยังดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน