ห้องข่าวภาคเที่ยง - พายุฤดูร้อนพัดถล่มไทยรอบนี้ไม่มีแผ่ว แรงตั้งแต่วันแรกจนถึงสถานการณ์ล่าสุด หลายพื้นที่เจอทั้งฝนตกหนัก ลมพัดแรง และลูกเห็บตก
เป็นภาพร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าของร้าน บอกว่า ตอนแรกรู้สึกอากาศเย็นสบาย แต่แค่ช่วงเวลาแว๊บเดียว ก็เกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงแบบไม่มีสัญญาณเตือน แม้ก่อนหน้านี้เธอจะเพิ่งตัดแต่งกิ่งไม้ไป แต่ก็ยังมีต้นไม้บางต้นที่โค่นล้มลงมา เพราะต้านแรงลมไม่ไหว
ยังอยู่กันที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่บ้านทุ่งขี้เสือ ระหว่างงานจัดเลี้ยงกลางแจ้ง เกิดพายุฝนและลูกเห็บตกจำนวนมาก ผ้าใบหลังคาเต็นท์พัดปลิวเสียหาย ทั้งเก้าอี้ ทั้งโต๊ะ ล้มระเนระนาด คนที่อยู่บริเวณนั้นได้แต่มารวมตัวกัน เพราะไม่สามารถฝ่ากระแสลมและฝนไปไหนได้
ภาพจากกล้องวงจรปิด ภายในหน่วยกู้ภัยอโสกเกษตรวิสัย อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด งานนี้อาสาสมัครกู้ภัยเกือบได้กลายเป็นผู้ประสบภัยแทน
เป็นนาทีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง พัดถล่ม จนอาสาสมัครกู้ภัยที่อยู่เวร ต้องรีบลุกขึ้นมาปิดวิทยุสื่อสาร เพราะเกรงจะได้รับความเสียหาย สุดท้ายไม่พ้น ลมพายุพัดแรงผ่านประตูหลังศูนย์กู้ภัยเข้ามาอย่างแรง ก่อนจะพบว่าประตูด้านหลังศูนย์ถูกเปิดทิ้งไว้ จะวิ่งไปปิดก็ไม่ทัน เพราะจังหวะนั้นลมได้พัดประตูหลุดปลิวออกไป
พายุรอบนี้ทำให้หลายพื้นที่ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ทำหลายอำเภอได้รับผลกระทบหนัก บ้านเรือนประชาชน สิ่งปลูกสร้าง และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่สำรวจ และให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะที่อำเภอสันกำแพง มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายกกว่า 100 หลังคาเรือน ส่วนที่อำเภอฮอด ต้นมะขามขนาดใหญ่หักโค่นล้มทับศาลาครอบองค์พระนอนโบราณ ภายในวัดพระเจ้าโท้ บ้านแพะดินแดน
วัดในหลายจังหวัดเอง ก็ประสบภัยไม่แพ้กัน ที่วัดแจ้ง ในจังหวัดนครราชสีมา น้ำท่วมศาลาวัดอย่างรวดเร็ว ที่เห็นอยู่ในภาพคือ พระครูวรนายกสิทธาคม รักษาการเจ้าอาวาส ต้องลุกขึ้นมาวิดน้ำกลางดึก ไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพราะกลัวน้ำจะยิ่งเพิ่มสูงจนข้าวของเสียหาย
ส่วนคณะลิเกเอง ก็ถูกพายุฝนพัดถล่มเวทีลิเกตั้งแต่การแสดงยังไม่เริ่ม ทั้งลำโพง เครื่องเสียงเปียกน้ำ ไม่รู้ว่าจะสามารถใช้งานต่อได้หรือไม่ นักแสดงและทีมงานได้แต่หลบฝน ยอมรับชะตากรรม ไม่สามารถจัดแสดงได้ ส่วนคนดูที่ตั้งใจจะมาชมการแสดง ก็หนีฝนกลับบ้าน บางคนหลบไม่ทัน ก็ขอมาอาศัยเวทีลิเกหลบฝนด้วย
ส่วนที่จังหวัดลำพูน น่าเห็นใจ ตายายอาศัยอยู่ด้วยกันสองคนใต้หลังคาบ้าน สุดท้ายพายุพัดจนหลังคาปลิวยกหลัง ไปตกลงบนถนนไกลจากบ้านเกือบ 10 เมตร หลังจากนี้คงต้องอาศัยใต้บ้านไปก่อน เพื่อหลบแดดหลบฝน ยายได้แต่ยกมือไหว้ภาวนา ขอให้คืนนี้ไม่มีฝนตกซ้ำ ไม่เช่นนั้นชั้นล่างสุดที่หนีลงมาอาศัยคงไม่รอดแน่
ไม่ใช่แค่บ้านเรือนที่เสียหาย เกษตรกรหลายคนก็น้ำตาตก เพราะผลผลิตทางการเกษตรได้รับผลกระทบ อย่างที่ตำบลตกพรม อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เจ้าของสวนแห่งหนึ่งได้แต่ทำใจยอมรับ หลังเจอพายุพัดถล่มสวนทุเรียนเสียหายร่วม 100 ตัน ซึ่งเตรียมเก็บผลผลิตใน 5-10 วัน เบื้องต้นสำรวจความเสียหาย ต้นทุเรียนหักโค่นกว่า 40 ต้น มีทุเรียนที่เสียหายกว่า 30 ตัน มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท
งานนี้เกษตรกรพูดเป็นเสียเดียวกัน ได้ผลผลิตปีแรกก็โดนหนักเสียแล้ว คาดว่าจะมีสวนทุเรียนที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ไม่ต่ำกว่า 100 ตัน หรือกว่า 100,000 กิโลกรัม
โดยในวันนี้ หลายพื้นที่ยังได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน โดยเฉพาะที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ตามจังหวัดที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอ หลังจากนั้นฝนจะกลับมาตกหนักอีกครั้งในช่วงวันที่ 4-6 พฤษภาคม หรือต้นสัปดาห์หน้า