ห้องข่าวภาคเที่ยง - หลังทางการกัมพูชาปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ 3 วันติด ต่อเนื่องกลางวัน กลางคืน โดยผู้ต้องหาที่ถูกทางการจับกุมต้องผ่านการตรวจสอบ 2 ขั้นตอน
กัมพูชาทลายแก๊งสแกมเมอร์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3
เป็นภาพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กัมพูชา เปิดปฎิบัติการจับกุมแก๊งสแกมเมอร์ ภายในพื้นที่โครงการซานโก เมืองปอยเปต จะเห็นได้ว่าหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ทางการกัมพูชา ใส่เครื่องพันธนาการ ก่อนพาตัวขึ้นรถบัส
เพื่อเดินทางมาที่ด่านตรวจฯ ก่อนจับมานั่งรวมกันเพื่อรอการผลักดันออกนอกประเทศ ในจำนวนนี้มีชาวไทย ที่ถูกจับทั้งหมด 635 คน ซึ่งภาพนี้เป็นคนไทยล็อตแรก ที่ถูกส่งตัวผลักดันกลับประเทศไทย
ข้อมูลเบื้องต้นทราบว่ามีคนไทยถูกหลอกไปทำงานให้แก๊งสแกมเมอร์ ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ทางการกัมพูชายังกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าหลังจากนี้อาจมีคนไทยถูกส่งตัวกลับมาอีก แต่ต้องผ่านการคัดแยกและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกัมพูชาเสียก่อน
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า มีชาวต่างชาติหลายสัญชาติ ที่ถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวและลำเลียงออกจากพื้นที่ไปยังจุดปลอดภัย โดยคาดหวังว่าจะพาตัวคนเหล่านั้นไปดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
คนไทยฝั่งกัมพูชา ทยอยกลับไทย จ.สระแก้ว
และด้วยการตรวจคัดกรองจากกัมพูชาล่าช้าทำให้การส่งตัวคนไทยทำให้คนไทยต้องทยอยเดินทางเข้ามาไทยจนถึงช่วงเย็น ที่กองทัพบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงแรงงาน และกระทรวงสาธารณสุข รอรับอยู่ พบว่าคนไทยมีหนังสือเดินทางจำนวน 592 คน ส่วนที่เหลือเป็นการนำสปอร์ตไปต่อวีซา ทั้งหมดเป็นคนไทยที่ทำงานในตึกเดียวกัน ชื่อตึก F ที่อยู่ตรงข้ามตลาดโรงเกลือ ซึ่งเป็นตึกแฝด มีทั้งหมด 13 ชั้น จากนั้นนำคนไทยทุกคนเข้าสู่กระบวนการคัดแยกเหยื่อ เพื่อตรวจสอบว่า ใครถูกหลอกไปทำงาน และใครเต็มใจไปทำงานหลอกลวงคนไทย รวมถึงตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ว่ามีคดีติดตัวหรือไม่ ซึ่งทุกคนต้องผ่านกระบวนการคัดกรองอย่างละเอียด และจะต้องตอบคำถามเจ้าหน้าที่ประมาณ 70-80 คำถาม
วางมาตรการเข้ม คัดแยกเหยื่อ ออกจากแก๊งคอลเซนเตอร์
คุณพิธพงษ์ ทีมข่าว 7HD สอบถาม พลตำรวจเอก ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถึงขั้นตอนการรับตัวคนไทย 600 คน ที่เดินทางกลับจากเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วางระบบการคัดกรองที่จุดตรวจคนเข้าเมือง โดยขั้นตอนแรกจะคัดแยกเหยื่อและผู้กระทำผิด ควบคู่กับการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม โดยเฉพาะอาชญากรรมออนไลน์ ว่าบุคคลใดมีหมายจับค้างเก่าในระบบฐานข้อมูล รวมถึงการเดินทางเข้า-ออก เป็นไปโดยถูกต้องหรือไม่ หากพบว่ามีหมายจับ จะถูกคุมตัวไปที่จังหวัดสระแก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป