สพฐ. ยืนยันการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2568 ดำเนินการแบบสมัครใจในโรงเรียนนำร่อง 4,383 โรงเรียน ไม่ใช่การบังคับใช้ทั้งประเทศ และไม่ใช่การนำเด็กเป็นหนูทดลอง แต่เป็นการยกระดับคุณภาพผู้เรียนไทยให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก
วันนี้ (2 พ.ค.69) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อความกล่าวอ้างเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2568 ว่าเป็นการดำเนินการโดยไม่มีกฎหมายรองรับ ทำให้โรงเรียน ครู ผู้ปกครองสับสน และเป็นการนำเด็กเป็นหนูทดลองนั้น
สพฐ. ขอชี้แจงว่า ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน และอาจทำให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2568 เป็นการดำเนินงานแบบนำร่องในสถานศึกษาที่มีความพร้อมและสมัครใจ จำนวน 4,383 โรงเรียน เท่านั้น ไม่ใช่การบังคับใช้กับสถานศึกษาทั่วประเทศในทันที
การพัฒนาหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษา 2568 เป็นการดำเนินงานตามมติคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2567 ซึ่งเป็นการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การศึกษา 2542 มาตรา 27 ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ ภายใต้กรอบกฎหมายและนโยบายด้านการศึกษาหลายประเด็น ทั้ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579
ทั้งนี้ โรงเรียนทั่วไปยังคงใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560 ตามปกติ ขณะที่โรงเรียนนำร่องจะดำเนินการภายใต้การติดตาม สนับสนุน และประเมินผลอย่างเป็นระบบ เพื่อเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรับการพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
สพฐ. ยืนยันว่า การนำร่องดังกล่าว ไม่ใช่การนำเด็กเป็นหนูทดลอง แต่เป็นกระบวนการพัฒนาการศึกษาที่รอบคอบ มีขอบเขตชัดเจน และลดความเสี่ยงก่อนการขยายผลในวงกว้าง โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ควบคู่สมรรถนะ สามารถคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา สื่อสาร ใช้เทคโนโลยี และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้
สำหรับข้อกังวลเรื่องภาระครู การย้ายโรงเรียน การวัดและประเมินผล และความเข้าใจของผู้ปกครอง สพฐ. ได้เตรียมแนวทางรองรับ ได้แก่ การพัฒนาครู การจัดทำคู่มือและสื่อสนับสนุน การติดตามผล การรับฟังความคิดเห็น และการวางระบบเทียบเคียงผลการเรียนรู้ เพื่อไม่ให้ผู้เรียนเสียโอกาสทางการศึกษา