ศุภจี ร่ายยาว ไทยช่วยไทย ไม่ใช่แค่แคมเปญระยะสั้นที่แค้ขายสินค้าราคาประหยัดแล้วจบ หัวใจสำคัญ คือ ลดค่าครองชีพให้คนไทยในยามเศรษฐกิจฝืดเคือง ช่วยสร้างรายได้ให้สินค้า SME สินค้าชุมชน สินค้าเกษตร สร้างทักษะการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้ทั้งผู้ซื้อ-ผู้ขาย
วันนี้ (2 พ.ค.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ใช้พื้นที่เฟซบุ๊กส่วนตัวสื่อสารกับประชาชน โดยระบุว่า วานนี้ (1 พ.ค.69) งานคิกออฟ การจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ซึ่งจัดขึ้นที่ ตลาดบางใหญ่ ซิตี้ จังหวัดนนทบุรี นับเป็นครั้งแรกของการจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้า ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้สะดวกยิ่งขึ้น หลังจากที่เราเดินหน้าโครงการสินค้า ‘ไทยช่วยไทย’ มาอย่างต่อเนื่อง
เริ่มจากเฟสแรก 1 เม.ย.69 โครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ปูพรมจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดไปแล้วกว่า 300 จุดทั่วประเทศ
เฟสที่สอง 11 เม.ย.69 เริ่มคัดเลือก จัดหาสินค้า SME มาวางจำหน่ายบน 6 แพลตฟอร์มออนไลน์ โดยได้รับความร่วมมือฟรีค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งการขาย (GP) และในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้จัดค่าขนส่งฟรีและมอบคูปองส่วนลด 100 บาทให้ผู้บริโภคจำนวน 5 แสนใบ เพื่อช่วยโปรโมทสินค้า SME
วันที่ 30 เม.ย.69 เริ่มโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ แบ็ค ทู สคูล ช่วยดูแลเรื่องชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนการสอน
วันที่ 1 พ.ค.69 ขยายการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดในระดับอำเภอกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ โดยใช้ที่ว่าการอำเภอเป็นจุดจำหน่ายสินค้า ในทุกๆ วันศุกร์ พร้อมกับเพิ่มจุดจำหน่ายและกระจายสินค้าผ่านไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ 122 จุด ก่อนที่จะขยายให้ครอบคลุมไปรษณีย์อำเภออีก 824 จุด รวมเป็น 946 จุดทั่วประเทศ
ข้อความตอนหนึ่ง นางศุภจี ระบุด้วยว่า อยากชวนให้มองโครงการไทยช่วยไทย แบบต่อจิ๊กซอว์ทีละจุด แล้วมองเป็นภาพใหญ่ ว่าโครงการไทยช่วยไทย ไม่ใช่แค่แคมเปญระยะสั้น ที่แค่จำหน่ายสินค้าราคาประหยัดแล้วจบ เพราะไทยช่วยไทยที่เรากำลังขับเคลื่อนอยู่นี้ หัวใจสำคัญ คือ เราต้องการดูแลเรื่องการลดค่าครองชีพให้คนไทยในยามที่ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง ด้วยการจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น ราคาประหยัด เพื่อเป็นทางเลือกให้ทุกคน
ในขณะเดียวกันเรายังมองไปข้างหน้า เพื่อที่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้สินค้า SME สินค้าชุมชน สินค้าเกษตร รวมถึงสร้างทักษะการขายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เน้นให้มีการกระจายอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ หลังจากนี้ เรามีแผนที่จะเตรียมผลักดันสินค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ ขึ้นจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพิ่มขึ้นอีก เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในประเทศ
ที่สำคัญเราไม่ละเลยในการดูแลสมดุลกลไกการตลาดทั้งระบบ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิต ผู้ประกอบการรายใหญ่ ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย ชุมชน ทุกกลุ่มต่างมีส่วนร่วมและสนับสนุนพึ่งพากันทั้งระบบ รายเล็กอยู่รอด รายใหญ่อยู่ได้ ชุมชนเข้มแข็ง และประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง นั่นคือ หัวใจของ “ไทยช่วยไทย” ที่แท้จริง