ตำรวจทางหลวง สกัดจับเมียนมา รับจ้างขนแรงงานเถื่อนผิดกฎหมาย อัดแน่นมาเต็มคันรถ 10 คน สารภาพยอมเสี่ยง เพราะค่าจ้างขนต่างด้าวต่อหัวเพิ่มขึ้นเท่าตัว
วันนี้ ( 3 พ.ค. 69 ) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม นาย ติน ติน อายุ 33 ปี ฐาน ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม โดยจับกุมได้พร้อมแรงงานเถื่อนชาวเมียนมา อีก 9 คน พร้อมของกลางรถนั่งสามตอน สีดำ โทรศัพท์มือถือ โดยจับกุมได้ บริเวณถนนสายเอเซียขาเข้า ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
สืบเนื่องจากตำรวจชุดจับกุม มีการกวดขันจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และผู้นำพาในเส้นทางพื้นที่ภาคกลาง กระทั่งทราบว่า จะมีการขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร จึงเฝ้าระวังออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัย สีดำ ขับผ่านมามีลักษณะรถที่มีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ปกติ และติดฟิล์มมืดทึบมีเหตุอันควรต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณไฟเรียกคันดังกล่าวให้หยุด และแสดงตัวเป็น ขอตรวจสอบพร้อมกับได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้ว เบื้องต้นสอบถามชื่อ นาย ติน ติน สัญชาติ เมียนมา ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ จากนั้นเจ้าหน้าที่พบเห็นบุคคลโดยสารภายในรถยนต์คันดังกล่าว พบว่าเป็นแรงงานต่างจำนวน 9 คน จึงขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง หรือเอกสารอื่นใดที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง เบื้องต้นเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายติน ติน ให้รับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ได้รับการประสานงานจากเพื่อนชาวเมียนมา (ไม่ทราบชื่อ-นาสกุลกุลจริง) ให้ไปรับคนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 9 คน ในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี และ จ.นครสวรรค์ เพื่อไปส่งกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยได้ค่าจ้าง 2,000 บาทต่อคน และทราบดีว่าแรงงานต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใด ๆ และยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพามาส่งที่ปลายทางโดยกระทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งมาถูกตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ โดยตนนั้นสามารถสื่อสารภาษาไทยได้เข้าใจดี
จากการสอบถามผู้ถูกจับที่ 2 - 7 ให้การยอมรับว่าผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมา ได้ลักลอบนั่งเรือจากฝั่งเมียนมา และเดินเข้ามาในช่องทางธรรมชาติ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อจะเดินทางเข้ามาหางานทำงาน ในประเทศไทย โดยชาวเมียนมา เสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าจำนวนเงินประมาณ 8,000 บาท ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา