เช้านี้ที่หมอชิต - เหตุการณ์หนุ่มนักศึกษาขับรถยนต์ ชนไรเดอร์เสียชีวิต แล้วมาพบว่าเจ้าตัวเมาแล้วขับ เรื่องทางคดีไปถึงศาลฯ แล้ว ถูกดำเนินคดีฐานเมาแล้วขับ ส่วนคนที่ยังต้องอยู่ต่อ ยอมรับยังรู้สึกเศร้า และรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น
เป็นความในใจของ นางภาวี มุขแก้ว ภรรยาของผู้เสียชีวิต ที่ประกอบพิธีทางศาสนาให้กับสามี ที่ผ่านพ้นไป 3 คืน และจนถึงเมื่อวาน (3 พ.ค.) ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประกอบพิธีทางศาสนาให้กับ นายอลงกรณ์ ไรเดอร์ที่เสียชีวิต ที่ครอบครัว และญาติได้ร่วมกันทำพิธีฌาปนกิจ ไปเมื่อช่วงประมาณ 16.00 น. ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งก็อย่างที่เห็นว่ามีทั้ง ผู้ใหญ่ ตำรวจ เพื่อนร่วมงาน มากันเต็มศาลา แต่ที่ไม่มาก็คือ ครอบครัวฝั่งผู้ก่อเหตุ จึงเป็นที่มาที่ทำให้ภรรยาของผู้เสียชีวิต รู้สึกแค้น และตัดสินใจว่าจะต่อสู้ เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมให้ถึงที่สุด
สำหรับเรื่องทางคดี จริง ๆ ก็ต้องถือว่ามีความชัดเจนออกมาในระดับหนึ่ง เพราะตำรวจก็ออกมาสรุปแล้วว่า ตัวเลขผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่พบในร่างกายของ นักศึกษาหนุ่มคนขับ คือ 93 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ มีภาพยืนยันตัวชัดเจนว่าเป็นผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิง ไม่ได้มีการสลับตัวกันเพื่อเป็นแพะรับบาปตามที่โซเชียลตั้งข้อสังเกต
อีกทั้งเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.คลองหลวง ก็ได้เรียกผู้ต้องหาไปรับทราบข้อกล่าวหา ฐาน "ขับรถโดยประมาท, ขับรถขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย" ก่อนพาตัวไปขออำนาจศาลฯ ฝากขัง ซึ่งต่อมา ศาลจังหวัดธัญบุรี ก็รับฝากขัง และอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา หลังให้วางเงินสด 120,000 บาท เป็นหลักประกัน และให้ไปรายงานตัวอีกครั้งวันที่ 27 กรกฎาคม
เรื่องทางคดีคืบหน้าไปเรื่อย ๆ ส่วนเรื่องการเยียวยาครอบครัว ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป เพราะทนายความของฝั่งผู้ก่อเหตุ บอกว่า จะติดต่อไปพูดคุยกับครอบครัวผู้เสียชีวิต หลังเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนาเพื่อแสดงความรับผิดชอบ และเยียวยา ส่วนจะมีผลลัพธ์เป็นอย่างไร ก็ต้องติดตามกันต่อไป