พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เข้า ครม.วันอังคารนี้

View icon 20
วันที่ 4 พ.ค. 2569 | 06.09 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - มาที่ โครงการไทยช่วยไทยพลัส หรือ คนละครึ่งพลัส ยังต้องรอต่อไปอีกสัปดาห์ ไม่เข้า ครม.วันอังคารนี้ แต่ที่เข้าเป็นเรื่อง พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมนำไปใช้ในโครงการช่วยเหลือประชาชน

พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เข้า ครม.วันอังคารนี้
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุุมคณะรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 5 พฤษภาคมนี้ ว่า จะมีการพิจารณาการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ไม่ใช่ 500,000 ล้านบาท ตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้

ที่ประชุมครม.ครั้งนี้ จะพิจารณากรอบวงเงินกู้เงินในสัปดาห์นี้ก่อน ส่วนโครงการที่จะเข้ามาขอใช้เงินตรงนี้จะทยอยให้ ครม.ได้พิจารณาต่อไป ยืนยันว่าจะพิจารณาให้เร็ว เพราะจะให้เงินเข้าถึงมือประชาชนในเดือนมิถุนายนนี้ ในทุกกระบวนการจากนี้จะต้องรวดเร็ว สำหรับพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินนั้น มีการพูดถึงว่าจะกู้เงิน 500,000 ล้านบาท แต่ความจริงแล้วงบประมาณ 400,000 ล้านบาทก็เพียงพอ

ไทยช่วยไทย พลัส ยังไม่เข้า ครม. 5 พ.ค.นี้
โดยเงินกู้ก้อนนี้ รัฐบาลจะนำมาใช้ ในโครงการคนละครึ่ง ที่รัฐจะจ่ายในอัตรา 60% และประชาชนจ่าย 40% เพียงแต่ยังรอความชัดเจนของ - กรอบงบประมาณที่ใช้ดำเนินโครงการซึ่งจะหารือกันใน ครม.เศรษฐกิจ อาจจะในสัปดาห์ถัดไป

จากเดิมที่คาดกันว่าจะประชุมกันในวันพรุ่งนี้ (4 พ.ค.) แต่เป็นวันหยุดราชการ

ทั้งนี้ ยืนยันว่า จะเร่งพิจารณาให้เร็ว เพื่อให้เงินถึงมือประชาชนภายในเดือนมิถุนายนนี้ รวมถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย

และอีกส่วนหนึ่งของเงินกู้ จะใช้ส่งเสริมช่วงประเทศเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานสะอาดที่ต้องมีมาตรการ - สร้างแรงจูงใจให้แก่ประชาชน เช่น การปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อสนับสนุนประชาชน หันมาติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป มากขึ้น แต่ทุกอย่างต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส และตรวจสอบได้

ซัดรัฐบาล ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ตีเช็คเปล่าข้ามหัวผู้แทนฯ
ด้าน นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์แสดงความเห็นส่วนตัว - ต่อการออกพ.ร.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทของรัฐบาล หลัก ๆ ตั้งข้อสังเกต 2 ประเด็น คือ การใช้อำนาจฝ่ายบริหาร โดยผ่านมติ ครม. ไม่ต้องเข้าสภา ซึ่งแผนยังมีแค่โครงการไทยช่วยไทยพลัส วงเงินเกือบ 200,000 ล้านบาท ที่มองว่าการเยียวยาขัดกับสิ่งที่รัฐบาลบอก เพราะแจกถึง 30 ล้านคน อีกนิดก็เกือบจะถ้วนหน้าแล้ว แถมยังเป็นแบบสุ่ม ใครลงทะเบียนก่อนได้ก่อน คนเดือดร้อนอาจจะไม่ได้ - คนที่ได้อาจไม่เดือดร้อน แถมเป็นเงินก้อนใหญ่สุดถึง 120,000 ล้านบาท

อีกเรื่องที่ตั้งข้อสังเกต คือ รัฐบอกจะนำเงินไปใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งอาจไม่เข้าเกณฑ์ พ.ร.ก. ที่ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา 172 คือ "จำเป็น รีบด่วน ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้"

โดยย้ำว่า ไม่ใช่ไม่ควรทำ แต่ควรไปใช้ช่องทางที่เหมาะสม คือ ออก เป็นพ.ร.บ. มีเนื้อหารายละเอียดโครงการครบถ้วน และผ่านการอนุมัติจากสภา อย่ามาตีเช็กเปล่าผ่าน พ.ร.ก. แล้วข้ามหัว - ผู้แทนราษฎร ด้วยข้อจำกัดทางการคลัง

เพราะการกู้รอบนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะทำได้ หลังจากนี้ - หนี้สาธารณะ และดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูง เงินกู้ก้อนนี้ สุดท้ายต้องใช้คืนจากภาษีประชาชน ควรใช้เพื่อคนเดือดร้อนจริง ไม่ใช่เพื่อความสะดวกทางการเมือง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง