เร่งหาสาเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุก กระทบทางด่วนบูรพาวิถี จ.ฉะเชิงเทรา

View icon 23
วันที่ 4 พ.ค. 2569 | 11.04 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ระทึก รถบรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียม มาเต็มคัน เกิดเพลิงไหม้บนถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ช่วงขาเข้ากรุงเทพฯ เปลวไฟพวยพุ่งสูงร่วม 40-50 เมตร เลยระดับทางด่วนบูรพาวิถี ส่งผลกระทบตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา รถสัญจรเส้นทางนี้ ต้องเผชิญสภาพรถติดยาวเหยียด

เร่งหาสาเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุก กระทบ ทางด่วนบูรพาวิถี จ.ฉะเชิงเทรา
คลิปที่ผู้เห็นเหตุการณ์บันทึกไว้ได้ เป็นภาพนาทีเพลิงกำลังโหมลุกไหม้รถบรรทุกคันหนึ่ง บนถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 40 เขตตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา สร้างความแตกตื่นให้ประชาชนและผู้ขับขี่เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีเสียงระเบิดที่ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ และมีควันดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

และที่น่าหวาดเสียว คือเปลวไฟพวยพุ่งสูงเลยทางด่วนบูรพาวิถี ซึ่งนาทีนั้นยังมีรถยนต์กำลังแล่นอยู่บนทางด่วน ต้องรีบเร่งเครื่องหนีตาย

นายนพรัตน์ อายุ 55 ปี คนขับรถบรรทุก บอกว่า ตนเองมีหน้าที่ขับรถอย่างเดียว ไม่รู้ว่าสิ่งของที่บรรทุกมาคืออะไร ก่อนเกิดเหตุไปรับของจาก อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา มุ่งหน้าไปส่งของที่จังหวัดสมุทรสาคร

กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์ขี่ตามประกบ แล้วตะโกนบอกว่า "มีเพลิงไหม้หลังรถ" ตนเองถึงได้รู้ และจอดรถหลบข้างทาง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เปลวเพลิงโหมทั่วรถบรรทุกทั้งคันแล้ว

ตำรวจ สภ.บางปะกง และกู้ภัย ประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิง นำรถน้ำถึง 8 คัน เข้าฉีดสกัดเพลิงไหม้รถบรรทุก แต่ไม่เป็นผล ต้องเปลี่ยนไปใช้โฟมดับเพลิง ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถดับได้สำเร็จ ขณะที่รถบรรทุกเสียหายหมดทั้งคัน

เจ้าหน้าที่ต้องสั่งปิดการจราจรด้านล่าง ใต้ทางด่วน ทั้งหมด 3 เลน ขาเข้ากรุงเทพฯ เอาไว้ชั่วคราว เนื่องจากเปลวเพลิงได้สร้างความเสียหายกับทางด่วนบูรพาวิถี มีเศษปูนร่วงลงมาตลอดเวลา จึงต้องรอให้ทีมวิศวกรมาตรวจสอบอีกครั้ง

และเมื่อคืน เวลาประมาณ 23.30 น. ทีมงานวิศวกรของทางด่วนบูรพาวิถี ได้ใช้เครนกระเช้าหย่อนลงมาตรวจสอบดูความเสียหายเบื้องต้น พร้อมทำการกระเทาะปูนที่ถูกเพลิงไหม้จนหลุดร่อนออกทั้งหมด ซึ่งใช้เวลาจนถึงช่วงรุ่งเช้าที่ผ่านมา

ตรวจสอบล่าสุดช่วงเช้านี้ พบกองเศษซากแบตเตอรี่-ลิเทียมจำนวนมาก กองอยู่บนถนน โดยยังมีกลุ่มควันเกิดขึ้น แต่ไม่มาก เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบางวัวตณารักษ์ ต้องนำรถน้ำมาฉีด เพื่อระบายความร้อนในกองเศษซากแบตเตอรี่-ลิเทียม ไม่ให้เพลิงปะทุ

ส่วนสภาพการจราจรบริเวณเลนใต้ทางด่วนบูรพาวิถี ทั้งหมด 3 เลน ขาเข้ากรุงเทพฯ ยังคงปิดการจราจรเอาไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัย โดยให้ผู้ขับขี่ไปใช้ช่องทางคู่ขนาน เลนซ้าย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังกั้นพื้นที่อันตราย โดยเฉพาะช่วงก่อนถึงจุดเกิดเหตุ ตรงที่รถบรรทุกขับมาจอดแล้วเกิดเพลิงไหม้ เปลวไฟพวยพุ่งเลยไปถึงโครงสร้างทางด่วนบูรพาวิถี มีเศษปูนร่วงลงมาตลอดเวลา เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานฯ, ทีมงานวิศวกรของทางด่วนบูรพาวิถี ลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุ

"ลิเทียม" ติดไฟ ดับด้วยโฟมและน้ำ
ด้าน "อาจารย์อ๊อด" หรือ รองศาสตราจารย์ วีรชัย พุทธวงศ์ นักวิชาการด้านเคมี กล่าวว่า สาเหตุของไฟไหม้คาดว่าความร้อนเป็นเหตุ ยิ่งช่วงนี้บ้านเราอากาศร้อนจัด ทะลุ 40 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ จึงทำให้ความร้อนในแบตฯ ที่มีส่วนประกอบ คือ "ลิเธียม" สะสม 

พอร้อนจนได้ที่ ก็ทำให้วงจรภายในแบตฯ โก่งงอ แล้วลัดวงจร พอรถขับไป ตัวแบตฯ อาจเกิดการกระแทกไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดที่ติดไฟ จึงทำให้เกิดไฟไหม้ จากแบตฯ ลูกที่ต้นเหตุ ลุกลามไปยังลูกอื่น ๆ ที่บรรทุกมาด้วยกัน ในทางเคมีเรียกว่า เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ ที่เพิ่มความรุนแรง

วิธีการดับไฟต้องใช้โฟม หรือหากจะเป็นน้ำ อาจต้องใช้น้ำปริมาณมาก เพื่อลดความร้อนลง แต่ที่น่าห่วงคือ น้ำที่ใช้ดับไฟ จะซึมอยู่ในดินเป็นเวลานาน ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะเจือจาง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง