ห้องข่าวภาคเที่ยง - กัมพูชาข่มขวัญทหารไทย ยืนโชว์ปืน พร้อมระบุแคปชันโหด ๆ ในลักษณะเตรียมปะทะกับไทยอีกแล้ว
ทหารกัมพูชานายนี้ ถ่ายรูปตัวเองยืนโพสต์ท่าเข้ม ๆ พร้อมกับอวดอาวุธปืนยาวสไนเปอร์ติดลำกล้อง แล้วโพสต์รูปลงสื่อออนไลน์ ระบุว่า เตรียมพร้อมรับมือ และมีแนวโน้มที่จะได้สู้รบกับทหารไทยอีกรอบนะทุกคน
เพื่อขวัญกำลังใจ ทหารกัมพูชาขอรับน้ำมนต์ ขอพรให้แคล้วคลาดก่อน นิมนต์พระขึ้นมา ทำพิธีถึงในฐานแนวหน้า เป็นพิธีอวยพรให้กับทหารกัมพูชา ที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ เตรียมที่จะสู้รบกับทหารไทย หากเกิดการปะทะรอบที่ 3 เกิดขึ้น
ส่วนเรื่องนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ เพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ ตั้งข้อสงสัย พื้นที่บริเวณริมชายแดนที่จังหวัดสุรินทร์ พบว่ามีความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาที่ช่องโชก ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงปัจจุบัน โดยระบุว่ามีการเสริมกำลังพล พร้อมทั้งขยายถนน และปรับปรุงฐานที่มั่นอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบกับคำประกาศช่วงหยุดยิงปลายปี 2568 ที่ตอนนั้นฝ่ายไทยระบุว่าสามารถควบคุมพื้นที่ได้เกือบทั้งหมด หรือ 99 % ก่อนจะมีการปรับคำชี้แจงภายหลัง เพราะถูกกระทุ้งถามถึง แล้วพื้นที่ “ช่องโชก” ล่ะ เป็นของเราแล้วหรือ ? จากนั้นจึงปรับคำชี้แจงใหม่ว่า ควบคุมได้ 90 %
โดยหลักฐานภาพถ่ายและคลิปที่แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ เช่น การถางป่าและการใช้ประโยชน์ที่ดินของชาวกัมพูชา ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการรุกล้ำเข้ามาในฝั่งไทย โดยเฉพาะบริเวณใกล้เนิน 402 ซึ่งอ้างอิงกับแผนที่ภูมิประเทศ นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวอ้างว่ามีการใช้วิธีเผาป่า เพื่อทำให้พื้นที่เสื่อมโทรม ก่อนขยายอิทธิพลเข้ามาทีละน้อย
มีเสียงวิจารณ์ต่อการทำงานฝากถึงรัฐบาลไทยว่าเข้มงวดกับคนไทย แต่ไม่สามารถจัดการกับการรุกล้ำจากต่างชาติได้อย่างจริงจัง สะท้อนถึงมาตรฐานและประสิทธิภาพในการดูแลพื้นที่ชายแดน
นอกจากนี้ ทางเพจฯ ยังเปิดข้อสงสัยจากประชาชนเกี่ยวกับการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณใกล้ด่านบ้านแหลม จังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะช่วงหลักเขตที่ 52–54 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตกลงเขตแดนกันแล้ว แต่การดำเนินงานกลับไม่ค่อยมีการเปิดเผยความคืบหน้า
แหล่งข่าวบางส่วนระบุว่า สาเหตุที่ไม่อยากให้เป็นข่าว เพราะกังวลว่าหากฝ่ายกัมพูชาทราบ อาจมีการส่งคนเข้ามากดดัน หรือเฝ้าติดตามสถานการณ์ในพื้นที่บ้านเรา จึงเลือกดำเนินการแบบเงียบ ๆ
อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนตั้งคำถามว่า เหตุใดไทยต้องระมัดระวังหรือ เกรงใจกัมพูชามากขนาดนั้น ทั้งที่เป็นการดำเนินการในอธิปไตยของเราเอง และเรียกร้องความโปร่งใสจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกองทัพไทย
ปัจจุบัน การก่อสร้างยังคงดำเนินต่อไป แต่มีข้อสังเกตว่าความคืบหน้าอาจล่าช้า และในยุคปัจจุบัน ประชาชนสามารถติดตามและตรวจสอบข้อมูลได้มากขึ้น ทำให้การปิดข่าวทำได้ยากเหมือนในอดีต
ขอบคุณภาพจาก : Facebook จ่าไอซ์ ทัพฟ้า, ส่องเขมร, Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ