สหรัฐฯ อ้างทำลาย "เรือเร็ว" อิหร่าน ขณะปฏิบัติการคุ้มกันเรือข้ามช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมปฏิเสธคำกล่าวอ้างของอิหร่านที่ระบุว่าได้โจมตีเรือรบของสหรัฐฯ
กลายเป็นเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างกล่าวอ้าง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวว่าสหรัฐฯ โจมตี "เรือเร็ว" ของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ จำนวน 7 ลำ ซึ่งเป็นเรือทั้งหมดที่อิหร่านเหลืออยู่ ((ขณะกองทัพสหรัฐฯ เข้าปฏิบัติการคุ้มกันเรือข้ามช่องแคบฮอร์มุซ โดยใช้ชื่อว่า "ปฏิบัติการเสรีภาพ" (Project Freedom)
ด้านผู้นำกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (Centcom) ยอมรับว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน พยายาม "แทรกแซง" ปฏิบัติการของทรัมป์ ด้วยการยิงขีปนาวุธ, โดรน และส่งเรือเล็กเข้ามายังเรือสินค้าที่สหรัฐฯ คุ้มกัน แต่สหรัฐฯ สกัดไว้ได้ ซึ่งสามารถคุ้มกันเรือพาณิชย์ที่ติดธงสหรัฐฯ ข้ามช่องแคบฮอร์มุซออกไปได้ 2 ลำ ส่วนเรื่องที่อิหร่านอ้างว่าโจมตีเรือฟริเกตของสหรัฐฯ นั้นไม่เป็นความจริง
นอกจากนี้ ผู้นำกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า เขาขอเตือนอย่างจริงจังให้กองกำลังอิหร่านอยู่ห่างจากทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ ระหว่างสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการ ซึ่งมีการระดมทหารถึง 15,000 นาย พร้อมเรือพิฆาต, เครื่องบินบนบกและในทะเลกว่า 100 ลำ ตลอดจนยุทโธปกรณ์ใต้น้ำ
อย่างไรก็ตาม กองกำลัง IRGC ของอิหร่าน กล่าวว่า ไม่มีเรือพาณิชย์ลำใดแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา และข้อกล่าวอ้างของสหรัฐฯ "เป็นเท็จ" ขณะที่ สำนักข่าวทัสนิม (Tasnim) ของรัฐบาลอิหร่าน ก็ออกมาโต้แย้งคำประกาศของทรัมป์ โดยรายงานอ้างแหล่งข่าวทางทหารระบุว่า เรือบรรทุกสินค้าขนาดเล็ก 2 ลำ ต่างหากที่ถูกสหรัฐฯ โจมตี ทำให้พลเรือนเสียชีวิต 5 คน
ด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฮอร์มุซแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าปฏิบัติการทางทหารไม่ใช่ทางออกของวิกฤตทางการเมือง ส่วน "ปฏิบัติการเสรีภาพ" ก็คือ "ปฏิบัติการทางตัน" (Project Deadlock)
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า เรือสินค้าของเกาหลีใต้ที่ทอดสมออยู่นอกชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เกิดระเบิดและเกิดเพลิงไหม้ แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต และอิหร่านยังใช้โดรน 2 ลำ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อีกลำหนึ่ง จนได้รับความเสียหาย ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะเดียวกัน อิหร่านยังปฏิบัติการโจมตีท่าเรือขนส่งน้ำมันฟูไจเราะห์ จนเกิดเพลิงไหม้ และมีผู้บาดเจ็บ 3 คน แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธ 15 ลูก (วิถีโค้ง 12 ลูก ขีปนาวุธนำวิถี 3 ลูก) และโดรน 4 ลำไว้ได้ ส่วนเครื่องบินโดยสารหลายลำต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่โอมาน และมีรายงานด้วยว่าอาคารที่พักอาศัยในโอมาน ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซก็ถูกโจมตีด้วย มีคนงานต่างชาติ 2 คน ได้รับบาดเจ็บ ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงอีกครั้งของอิหร่าน