อดีตภรรยา เจ้าอาวาสวัดสนามไชย ทราบข่าวแล้วว่าอดีตสามียังมีชีวิต วอนอดีตสามีให้กลับมารับลูกชายที่ป่วยจิตเวชไปช่วยดูแลด้วย

อดีตภรรยา เจ้าอาวาสวัดสนามไชย ทราบข่าวแล้วว่าอดีตสามียังมีชีวิต วอนอดีตสามีให้กลับมารับลูกชายที่ป่วยจิตเวชไปช่วยดูแลด้วย

View icon 108
วันที่ 6 พ.ค. 2569 | 08.40 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
อดีตภรรยา อดีตพระครูปลัดสมบัติ เจ้าอาวาสวัดสนามไชย ทราบข่าวแล้วว่าอดีตสามียังมีชีวิต วอนอดีตสามีให้กลับมารับลูกชายที่ป่วยจิตเวชไปช่วยดูแลด้วย เพราะตนเองดูแลไม่ไหว 

ทีมข่าว ช่อง 7HD ยังคงติดตามความคืบหน้า กรณีพระครูปลัดสมบัติ สิริสุวณโณ เจ้าอาวาสวัดสนามไชย ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งหายตัวไป หลังจากมาส่งลูกชายให้อดีตภรรยาที่จ.ขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2569 ช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ซึ่งเป็นการเจอกันครั้งสุดท้าย จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้เลย ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลว่า พบตัวพระครูปลัดสมบัติ สิริสุวณโณ เจ้าอาวาสวัดสนามไชย แล้ว โดยสึกออกมาเป็นฆราวาสแล้ว โดยสวมชุดขาว เดินทางมาที่ สน.บางรัก เพื่อแสดงตนว่า ตนเองยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นก็ได้มีรถรับออกไป

ผู้สื่อข่าวประสานงานไปยัง นางสุกัญญา อายุ 58 ปี อดีตภรรยา เพื่อสอบถามว่าทราบข่าวอดีตสามีแล้วหรือไม่ โดยนางสุกัญญา บอกว่าเพิ่งทราบข่าวจากนักข่าว และขอบคุณนักข่าวที่ช่วยแจ้งข่าว แต่ตนเองไม่อยากเป็นข่าวแล้ว ขอทำมาหากินเลี้ยงลูกสาว และแม่ที่อายุ 80 ไม่สะดวกที่จะให้พบ แต่ยอมพูดคุยทางโทรศัพย์กับผู้สื่อข่าว

นางสุกัญญา บอก หลังจากทราบข่าวเจอตัวอดีตสามี คือ อดีตพระครูปลัดสมบัติ ที่ได้สึกจากความเป็นพระแล้ว ตนเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะได้เลิกลากันไปนานแล้ว รู้สึกเพียงว่า ทางศาสนาขาดพระไป 1 รูป และอยากให้อดีตสามีมารับลูก ไม่งั้นก็อยากให้ท่านบวชอีก ให้ท่านบวชต่อไป และอยากให้ท่านมารับลูกกลับไปเลี้ยงด้วย เพราะลูกตนเองไม่เคยเลี้ยง เพราะทิดสมบัติกับแม่(แม่ย่า) เอาไปเลี้ยงตั้งแต่4-5ขวบ ทั้ง 2 คน ที่ จ.อยุธยา พอเอามาไว้ที่ตน ก็ไม่เชื่อฟัง และอาละวาดใส่ตนเอง จะมาขอนแก่นบ้างก็มากับพระ และไปพักที่บ้านทุ่งนา แล้วก็กลับ พอเอามาส่งไว้นาน ก็ไม่เชื่อฟัง ไม่กินยา บอกจะไปอยุธยาฯ และหนีออกจากบ้าน และตั้งแต่รับตัวมา ตนเองก็ไม่มีเวลาขายของทำให้เงินที่มีก็ลดน้อยลง ตนเองยังต้องดูแลเเม่อายุ 80 ปี และหาเงินส่งลูกสาวคนเล็ก ที่กำลังเรียนหนังสือ เดิมตนจะไปรับปลาสด ปลาส้ม ปลาจ่อม จากเขื่อนอุบลรัตน์ ตระเวนเร่ขายตามหมู่บ้าน ปลาสดที่เหลือก็จะกลับมาแปรรูปทำปลาส้มเพื่อขาย แต่ต้องคอยดูแลลูกชาย ที่มีอาการป่วยทางจิต และหนีออกจากบ้านแล้ว 2-3 ครั้งแล้ว โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ที่เดินหนีออกจากบ้าน ตนเองก็ตามไม่ไหว โดยลูกชายจะเดินเร่ร่อนไปเรื่อย และจะเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ บอกตนเองจะไปอยุธยา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อทางญาติที่อยุธยา แต่ทางญาติแจ้งว่าไม่สะดวกรับ มีแม่อยู่ขอนแก่น ให้นำมาส่งที่แม่ เมื่อมาส่งก็หนีออกไปอีก ล่าสุดพบตัวที่ อ.ภูเวียง เข้าไปขโมยของกินที่ร้านค้า ทางกำนันจึงควบคุมตัวไว้ จากนั้นจึงนำส่งโรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการทางประสาท เมื่อไปถึง ตนจึงขอร้องให้เจ้าหน้าที่ช่วยส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช ขอนแก่น ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ดูอาการแล้วจึงช่วยนำส่งตามต้องการ ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็น ของวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จึงอยากให้มารับกลับไปดูแลด้วย

นางสุกัญญา บอกว่า อยากให้ท่านหาวัดบวชต่อ จะสึกออกมาทำไม ไม่ได้มีธุรกิจอะไรต้องมาดูแล อยากให้กลับไปบวชอีก และเอาลูกของท่านกลับไปเลี้ยงด้วย กับตนเองก็ไมได้เป็นอะไรกันแล้ว เลิกกันไปนานแล้ว โดยตนเองคิดว่าถ้าท่านกลับไปบวชก็ดีแล้ว เพราะจะได้ช่วยสร้างวัดสร้างวา ดูแลพระพุทธศาสนา เพราะท่านก็อายุมากแล้ว

นางสุกัญญา บอกอีกว่า ตั้งแต่เอาลูกมาส่ง ก็ไม่ได้ติดต่อมาหาตนเองและลูกเลย ไม่รู้ว่าท่านไปอยู่กับใครอย่างไร เบอร์โทรที่ตนเองมีก็ไม่สามารถติดต่อได้ คาดว่าคงทิ้งเบอร์นี้ไปแล้ว ตอนนี้จึงไม่มีช่องทางที่จะติดต่อท่านได้เลย อยากให้ท่านติดต่อกลับมาเพื่อมารับลูกของท่านกลับไป ส่วนกับตนเองก็ไม่ได้เป็นอะไรกันอยู่แล้ว เพราะเลิกกันไปนานมากแล้ว และอยากให้ท่านมาหย่ากับตนให้เรียบร้อยด้วยก็ดีเหมือนกัน

นางสุกัญญา เล่าประวัติอีกว่า ทิดสมบัติ ออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อ 25 ปีที่แล้ว หลังจากไปขี่ จยย. ส่งตนเองที่โรงงานที่ อ.ชุมแพ โดยเอาลูกชายคนโตไปด้วย ซึ่งตอนนั้นอายุประมาณ 5-6ขวบ ส่วนคนกลางที่ป่วยจิตเวชตอนนั้นอายุประมาณ 5 ขวบ จนปัจจุบันอายุ 30 ปี โดยหลังส่งตนเองก็ได้หายตัวไปพร้อมลูกชายคนโต ตนเองกลับมาบ้านก็ไม่พบและติดต่อไม่ได้ จึงโทรหาญาติที่อยุธยา ผ่านไป 2 วันญาติจึงโทรมาว่า ขี่ จยย.ถึงอยุธยาฯแล้ว จากนั้นลูกชายคนเล็กก็บ่นคิดถึงพี่ เพราะเลี้ยงคู่กัน ตนเองจึงนำลูกไปส่งและฝากแม่สามี (แม่ย่า) เลี้ยงตั้งแต่นั้น โดยตนเองก็กลับมาทำงานที่ขอนแก่น และทราบว่าท่านบวช จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกัน ตนเองจึงมีครอบครัวใหม่ และมีลูกสาว 1 คน ก่อนเลิกลากับสามีใหม่ เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเลี้ยงลูกสาว และดูแลแม่คนเดียวมาจนถึงปัจจุบัน