หวังพึ่งฝนหลวง ดับไฟป่าพรุรุต้นกระจูดเกาะสะบ้า ไหม้วอดขยายวงกว้าง นับ 1,000 ไร่ กรมอุทยานฯ ระดมเจ้าหน้าที่ เร่งสกัดให้อยู่ในวงจำกัด
วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ป่าพรุต้นกระจูดเกาะสะบ้า หมู่ที่ 5 บ้านโคกพะยอม ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง-แหลมขาม หลังเกิดเหตุไฟไหม้ป่าพรุนานเป็นวันที่ 3 แล้ว โดยเช้าวันนี้ ยังพบกลุ่มควันและไฟไหม้ต้นเสม็ด ซึ่งอยู่บริเวณขอบรอบนอกของป่าพรุ ทางทิศใต้ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง-แหลมขาม, สถานีควบคุมไฟป่าสงขลาและพัทลุง, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่ากราด, อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง, อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี พร้อมด้วยกำลังทหาร กองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 15, รถน้ำจาก ปภ.เทพา และ อบต.ในพื้นที่ รวมกว่า 100 นาย เข้าพื้นที่ กระจายกำลัง นำเครื่องสูบน้แรงดันสูงไปวางริมคูน้ำแนวกันไฟ จากนั้นสูบน้ำฉีดต้นเพลิงที่ไฟกำลังลุกโชน
ด้าน นายสราวุธ ซุ่นพงศ์ นายอำเภอเทพา ลงพื้นที่เกิดเหตุ ก่อนบอกว่า จุดที่ไฟไหม้ป่าพรุ เป็นครั้งที่ 2 ในรอบสองเดือนนี้ เนื่องจากมีความหนาแน่นของเชื้อเพลิงที่หมักหมมมานานหลายปี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สูบน้ำจากคูน้ำที่เป็นแนวกันไฟรอบป่าพรุ แล้วฉีดน้ำสกัดกั้นไม่ให้ไฟลุกลามขยายวงกว้าง ข้ามแนวถนนคอนกรีตไปอีกฝั่ง เนื่องจากเป็นพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน ส่วนพื้นที่กลางป่าพรุ ก็ต้องปล่อยไป เนื่องจากเข้าถึงพื้นที่ได้ยาก ขณะเดียวกัน ได้ประสานงานขอฝนหลวงไปแล้ว และวันนี้ก็รอดูผลการบินทำฝนหลวงว่า จะมีฝนตกลงในพื้นตามเป้าหมายหรือไม่
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ สืบสวนสอบสวนหาตัวชาวบ้านที่อาจจะจุดไฟในพื้นที่การเกษตรของตัวเอง แล้วทำให้ไฟลุกลามเข้าไหม้ป่าพรุ เพราะไฟไหม้ป่าพรุครั้งนี้อาจจะเกิดจากฝีมือมนุษย์ โดยให้ดูจุดเริ่มต้นของไฟป่า และพดูพยานแวดล้อมในพื้นที่ หากพบก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนอีกสาเหตุ ก็อาจจะเกิดจากความร้อนสะสมก็ได้ เนื่องจากสภาพอากาศของอำเภอเทพาร้อนมาก ขณะเดียวกันที่ผ่านมา ก็แจ้งผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแล้วว่า ให้แจ้งชาวบ้านในพื้นที่ ให้งดการเผาในช่วงนี้
ส่วนปัญหาสุขภาพของชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากควันไฟป่าพรุนั้น ขณะนี้ยังไม่พบว่า ชาวบ้านได้รับผลกระจนมีปัญหาระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากจุดเกิดเหตุ อยู่ไกลหมู่บ้าน แต่ก็ได้ประสานงานกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ให้ตรวจสอบและช่วยเหลือ ให้คำแนะนำกับชาวบ้านแล้ว
ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า สาเหตุเกิดชาวบ้านเผาวัชพืชในพื้นที่การเกษตรของตัวเอง แล้วสะเก็ดไฟลอยตามกระแสลมไปตกในป่าพรุกระจูด จนทำให้ไฟลุกลามขยายวงกว้างเสียหายนับพันไร่ เนื่องจากมีต้นกระจูดขึ้นหนาแน่นและต้นไม้เสม็ดขาวกระจายอยู่รอบป่าพรุ อีกทั้งจุดนี้ไม่มีเหตุไฟป่าเกิดขึ้นมานานกว่า 5 ปี ทำให้มีปริมาณเชื้อเพลิงสะสมมหาศาล เมื่อเกิดกระแสลมแรงจึงทำให้ไฟโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงและเกิดควันหนาทึบ ปกคลุมจนยากต่อการมองเห็นแนวไฟ