จับแรงงานลอบเข้าเมือง

View icon 6
วันที่ 7 พ.ค. 2569 | 07.44 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ตำรวจทางหลวงพระนครศรีอยุธยา สกัดจับรถลักลอบขนแรงงานประเทศเพื่อนบ้านชาวเมียนมา หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยใช้เส้นทางถนนสายเอเชีย

เต็มรถเลย เพราะจากการตรวจนับแรงงานประเทศเพื่อนบ้านชาวเมียนมา ที่นั่งมาที่นั่งมาในรถรวมแล้วมีถึง 13 คน โดยตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการตำรวจทางหลวง 1 ได้สกัดรถอเนกประสงค์คันดังกล่าวได้ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 46 และ 47 ถนนสายเอเชียฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร บริเวณตำบลท่าต่อ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จากการตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวมี นายจ่อ เทต อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นคนขับ ส่วแรงงานที่พบจำนวน 13 คน แบ่งเป็น ชาย 9 คน หญิง 4 คน จากการตรวจสอบหนังสือเดินทาง ทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทาง

จากการสอบถาม นายจ่อ เทต บอกว่าได้รับการประสานจากเพื่อนชาวเมียนมา ให้ไปรับแรงงานที่หลบหนีเข้าเมืองในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อไปส่งที่กรุงเทพมหานคร โดยได้ค่าจ้างเป็นเงิน 10,800 บาท ขณะที่แรงงานประเทศเพื่อนบ้าน บอกว่าเดินทางเข้ามาทางช่วงทางธรรมชาติ ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 12,000 บาท

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว นายจ่อ เทต ไว้ดำเนินคดีรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม ส่วนแรงงานทั้งหมดถูกตั้งข้อหาเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และควบคุมตัวพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน

ส่วนที่เห็นเป็นภาพตำรวจทางหลวง สถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 3 ปราจีน-สระแก้ว ที่ขับรถไล่ตามสกัดรถกระบ 4 ประตู ต้องสังสัย ที่ไม่ยอมให้ตรวจค้นภายในรถ บนถนนบนทางหลวงหมายเลข 359 มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร บริเวณตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี จนในที่สุดตำรวจบังคับให้หยุดรถได้ บริเวณอำเภอเขาหินซ้อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นการขับรถไล่ล่าและหลบหนีกัน เป็นระยะไกลกว่า 70 กิโลเมตร

ในรถพบชายชาวจีน 6 คน และมี นายสุทัศน์ อายุ 36 ปี เป็นคนขับรถ พบ 1 คน อยู่เกินกำหนดอนุญาตนาน 957 วัน และอีก 5 คน ไม่มีหนังสือเดินทาง หรือเอกสารอนุญาตเข้าประเทศ โดยพฤติการณ์เริ่มจากตำรวจได้รับข้อมูลว่า

จากการสอบสวน นายสุทัศน์ บอกว่ายืมรถเพื่อนมาใช้ และรับคนจีนทั้งหมดมาจากบริเวณชายแดนอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อจะไปส่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 5,000 บาท หลังสอบสวนและทำบันทึกจับกุม ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาฯ และนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลางรถยนต์ที่ให้ก่อเหตุ นำส่งส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง