เช้านี้ที่หมอชิต - เกาะติดประเด็นรัฐบาลจะออก "พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท" ซึ่งฝ่ายค้านตั้งคำถามว่า "จำเป็น เร่งด่วน หลีกเลี่ยงไม่ได้" หรือไม่
ขณะที่รัฐบาลชี้แจงมาตลอดว่า จะนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะตอนนี้มีความเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะ "Stagflation" หรือ ภาวะที่มีความเสี่ยงเงินเฟ้อควบคู่ไปกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย
ล่าสุด "นายกฯ อนุทิน" ให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงเย็นวานนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล ยืนยันว่า ได้ลงนามร่าง พ.ร.ก.กู้เงินฯ เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา และตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการฯ ซึ่งต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ
ขณะที่ ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่า "มูดีส์" แสดงความกังวลเกี่ยวกับการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ หรือไม่ "นายกฯ อนุทิน" ชี้แจงว่า การกู้เงินครั้งนี้ได้ดอกเบี้ยต่ำมาก เป็นการกู้เงินสกุลบาท ฉะนั้น จึงไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน และเพดานเงินกู้ก็ไม่ต้องขยาย ซึ่งเรื่องของดอกเบี้ยเมื่อเทียบโอกาสของประชาชนแทบจะเทียบกันไม่ได้เลย และต้องถือว่าเราสามารถทำให้เม็ดเงินลงไปถึงพี่น้องประชาชนโดยตรง ไม่ได้เอามาสร้างโครงการที่อีก 5-7 ปี ถึงจะเห็น แต่เป็นการลงไปประชาชน สามารถใช้เงินก้อนนี้ได้เลย เป็นการช่วยเหลือให้เขามีต้นทุนในการดำรงชีวิตที่ลดลง แต่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ส่วนความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน การประชุม "ครม.เงา" ของพรรคประชาชนครั้งแรก ได้เปิดวาระ "กู้เงิน" ชนกับวาระรัฐบาล เรียกว่าเป็นหมัดต่อหมัด
โดย นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน พูดกลางวงประชุมว่า ขอให้รัฐบาลทบทวน เพราะการกู้เงินครั้งนี้ ไม่ได้ตั้งใจจะเยียวยาประชาชน แต่นำไปใช้กับโครงการ "คนละครึ่ง" ซึ่งเป็นการเยียวยาแบบหว่านแห และเป็นการกู้เพื่อคะแนนนิยม
ส่วนเงินอีกก้อนที่จะนำมาเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน และควรออกเป็น พ.ร.บ. มากกว่า ส่วนตัวคิดว่าใช้เวลาราว 3 เดือน ก็น่าจะสามารถออกกฎหมายได้
นอกจากพรรคประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้แล้ว ก่อนหน้านี้ยังมี พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาคัดค้าน เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าการออกกฎหมายฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ซึ่ง นางสาวศิริกัญญาฯ บอกว่า จะหารือกับพรรคประชาธิปัตย์ก่อนว่าเห็นตรงกันหรือไม่ จากนั้นจึงยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องยื่นเรื่องก่อนรัฐบาลนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองฯ และยื่นต่อรัฐสภา 14 พฤษภาคม
ในประเด็นนี้ต้องย้อนกลับไปช่วงกลางวัน เพราะผู้สื่อข่าวได้สอบถาม "นายกฯ อนุทิน" ถึงเรื่องดังกล่าว โดย "นายกฯ อนุทิน" ถึงกับยิ้ม และบอกว่า "ต่างคนต่างทำหน้าที่ ตนเองก็ทำหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผลประโยชน์ตกอยู่กับประชาชน พร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน" ก่อนจะบอกว่า "พรรคประชาธิปัตย์ก็เคยกู้มาก่อน"
ขณะที่ "รองนายกฯ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" ให้สัมภาษณ์กรณีการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ ว่า เป็นเรื่อง "จำเป็น เร่งด่วน หลีกเลี่ยงไม่ได้" หรือไม่ว่า ตนเองดูทุกช่องทางแล้ว ทั้งการโยกงบฯ ปี 69 ที่เบิกจ่ายล่าช้า หรือไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งได้ไม่เกิน 50,000 ล้านบาท ส่วนงบฯ ปี 2570 จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม เหลือเวลาอีก 5 เดือน
แต่วิกฤตตอนนี้ต้องเร่งช่วยประชาชน และผู้ประกอบการให้ทันท่วงที ซึ่งดูจากภาพรวมแล้วงบฯ ที่มียังไม่เพียงพอ ดังนั้น การออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ มีความจำเป็น และ เร่งด่วน
ส่วนกระแสข่าวการเปิดให้ลงทะเบียน "คนละครึ่ง พลัส" หรือชื่อใหม่ "ไทยช่วยไทย พลัส" ซึ่งมีรายงานข่าวว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 25 พฤษภาคม อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ยืนยันข้อมูลดังกล่าว