วันนี้ (7 พ.ค. 69) นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ปลาช่อนทะเล (Cobia) เป็นอีกหนึ่งสัตว์น้ำที่กรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งภูเก็ต กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ดำเนินการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยง
ซึ่งปัจจุบันสามารถผลิตลูกพันธุ์เพื่อส่งต่อให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงได้อย่างต่อเนื่องด้วยปลาช่อนทะเลมีคุณลักษณะที่ดีเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค อาทิ เป็นปลาเนื้อขาว มีเนื้อแน่น รสชาติอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และมีกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัว (DHA) จึงได้รับฉายาว่า "Black Salmon"
โดยราคาตลาดในขณะนี้ หากเป็นปลาช่อนทะเลทั้งตัวมีราคาการจำหน่ายอยู่ที่ 180 บาท ต่อ กก. แต่เมื่อนำมาแปรรูปโดยวิธีดังกล่าวสามารถเพิ่มมูลค่าการจำหน่ายได้ถึง 250 บาท ต่อ กก. หรือจำหน่ายในรูปแบบซาชิมิพร้อมรับประทาน ราคาเนื้อปลาช่อนทะเลจะพุ่งสูงถึง กก. ละ 1,000 บาท
ด้วยเหตุนี้ กรมประมงจึงมีแผนตั้งเป้าในการเพิ่มกำลังการผลิตลูกพันธุ์ปลาช่อนทะเล ขนาด 5 นิ้วให้ได้ จำนวน 50,000 ตัว ต่อปี (จากเดิมเพียง 25,000 – 30,000 ตัว ต่อปี) เพื่อให้ได้ผลผลิตตามความต้องการของตลาดพร้อมขยายพื้นที่เลี้ยงไปยังเกษตรกรในพื้นที่ จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสุราษฎร์ธานี ผ่านการเลี้ยงในกระชังโดยบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างกรมประมง เกษตรกร และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ตในการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนประมงท้องถิ่นภายในพื้นที่บ้านแหลมทราย จ.ภูเก็ต
โดยจะช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนภายในกลุ่ม ชาวประมงสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี สอดคล้องกับนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ คือ การพัฒนาศักยภาพและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร
ทั้งนี้จะเห็นได้ชัดว่าปลาช่อนทะเลมีแนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามความต้องการของตลาด กรมประมงจึงได้วางแผนการผลิตให้ตรงตามความต้องการของตลาด โดยจะบูรณาการร่วมกันระหว่างศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.ภูเก็ต ตรัง พังงา และกระบี่
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะขยายพื้นที่เลี้ยงของชาวประมง รวมถึงติดตามการเพาะเลี้ยง สนับสนุนทางวิชาการ การตรวจสุขภาพปลา การตรวจคุณภาพน้ำควบคู่ไปกับการให้คำปรึกษา และเป็นศูนย์กลางในการเพาะเลี้ยงปลาช่อนทะเลในกระชังให้แก่เกษตรกรเพื่อให้การเพาะเลี้ยงเป็นไปตามมาตรฐานและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป