เช้านี้ที่หมอชิต - อานิสงส์ราคาน้ำมันโลกลด กบน. ปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิด ลิตรละ 85 สตางค์ ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไทยลงมาแตะ 39.95 บาทต่อลิตร
การปรับลดราคาน้ำมันทุกชนิดในครั้งนี้ มาจากสถานการณ์สู้รบสหรัฐฯ-อิหร่านเริ่มคลี่คลาย มีรายงานความคืบหน้าการหยุดยิงชั่วคราว และการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุช ทำให้นักลงทุนคลายความกังวล ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
ดังนั้นคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. มีมติเห็นชอบให้ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 85 สตางค์บาทต่อลิตร เพื่อสะท้อนราคาตลาดโลก โดยใช้กลไกปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันใหม่เพื่อให้เกิดความสมดุล
น้ำมันกลุ่มดีเซล เพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนฯ ในดีเซลหมุนเร็วธรรมดา จาก 63 สตางค์ เป็น 1 บาท 17 สตางค์ต่อลิตร, น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี20 ลดการชดเชย 44 สตางค์ต่อลิตร เป็น 5 บาท 38 สตางค์ต่อลิตร, น้ำมันดีเซลพรีเมี่ยม เพิ่มการจัดเก็บ 63 สตางค์ต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 2 บาท 67 สตางค์ต่อลิตร
ด้านกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ โดยน้ำมันเบนซินเพิ่มการจัดเก็บ 53 สตางค์ต่อลิตร เป็น 9 บาท 87 สตางค์ต่อลิตร, แก๊สโซฮอล 95 และ 91 เพิ่มการจัดเก็บ 41 สตางค์ต่อลิตร เป็น 2 บาท 58 สตางค์ต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ E20 ลดการชดเชย 27 สตางค์ต่อลิตร เป็นชดเชย 2 บาท 61 สตางค์ต่อลิตร / และแก๊สโซฮอล์ E85 ลดการจัดเก็บ 46 สตางค์ต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 1 บาท 39 สตางค์ต่อลิตร
การปรับอัตราจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ ใหม่ ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน แต่ยังช่วยให้ กบน. บริหารจัดการกองทุนน้ำมันให้มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น มีรายรับหมุนเวียนกลับเข้ามาประมาณวันละ 75.65 ล้านบาท ส่วนปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศ อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 109 วัน เป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 28 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 37 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 19 วัน
ขณะที่ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ติดลบ 63,439.65 ล้านบาท โดยมีรายรับประมาณวันละ 29.89 ล้านบาท