แม่ใจสลาย ฝากลูกเลี้ยง ลูกถูกสลับตัว

View icon 60
วันที่ 8 พ.ค. 2569 | 06.31 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - เหตุการณ์นี้ คนเป็นแม่แทบใจสลาย เดินทางจาก จังหวัดมุกดาหาร เข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ช่วยตามหาลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ส่วนตัวเองเลี้ยงลูกของคนอื่น หลังถูกพี่เลี้ยงเด็กสลับตัวช่วงที่เอาไปฝากเลี้ยง จนมารู้ความจริงว่าถูกส่งต่อให้หญิงชาวเมียนมา ตอนนี้ไม่รู้ชะตากรรมของลูกสาวเป็นอย่างไร

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ พมจ. ชลบุรี พาผู้เสียหายเข้าติดตามความคืบหน้าทางคดีที่ สภ.บางละมุง เรื่องจริงยิ่งกว่าในละครเกิดขึ้นเมื่อปี 2568 พี่เลี้ยงเด็กถูกจับกุมไปแล้ว ในข้อหา พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อหาผลกำไร

นางสาวเอ อายุ 24 ปี ผู้เป็นแม่ เล่าให้ฟังว่า ช่วงปี 2565 เธอทะเลาะกับสามีจนเลิกรากัน และมารู้ว่าตั้งครรภ์ ด้วยความที่ไม่อยากให้ที่บ้านรู้ เธอจึงไปปรึกษาเพื่อน ซึ่งเพื่อนได้แนะนำให้รู้จักกับ นางสาวส้ม ซึ่งเป็นคนรักเด็ก หากเธอคลอดลูกออกมาก็จะรับดูแลให้ จึงตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ น.ส.ส้ม ที่ห้องพักใน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

กระทั่งวันที่ 6 ตุลาคม 2565 หลังเธอคลอดลูกสาว เปลี่ยนใจไม่ยกลูกให้ แต่ฝาก น.ส.ส้ม เลี้ยงลูกแทน ตกลงกันที่เดือนละ 8,000 บาท ส่วนเธอก็ไปทำงานรับจ้างก่อสร้าง และอาศัยอยู่ตามไซต์งาน

ระหว่างนั้น น.ส.ส้ม ได้มาบอกกับเธอว่ามีสามีภรรยาคู่หนึ่งอยากได้เด็กไปเลี้ยงเป็นลูก โดยมีการเสนอเงินผูกข้อมือให้จำนวน 20,000 บาท ซึ่งเธอก็ได้ปฏิเสธไป แต่ก็ยังคงฝาก น.ส.ส้ม รับเลี้ยงลูกต่อ ไม่ได้สนใจข้อเสนอดังกล่าว และคอยแวะเวียนไปเยี่ยมลูกนาน ๆ ครั้ง

จนเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 น.ส.ส้ม ได้นำลูกสาวมาคืน อ้างว่าจะออกไปทำธุระ ตอนนั้นเด็กยังอายุได้เพียง 5 เดือน ทำให้ยังดูไม่ออกถึงการเปลี่ยนแปลง แต่ผ่านไปหลายวัน น.ส.ส้ม กลับเงียบหายไป ไม่มารับลูกสาวไปเลี้ยงตามเคย เธอตัดสินใจนำเด็กไปฝากเลี้ยงไว้กับแม่ที่ จังหวัดฉะเชิงเทรา และกลับมาทำงานต่อที่ จังหวัดชลบุรี

ผ่านไป 2 เดือน เธอได้กลับไปเยี่ยมลูกที่บ้าน แต่สังเกตเห็นลูกสาวมีใบหน้าผิดเพี้ยนไปจากเดิม ผิวเข้มขึ้น และโครงหน้าใหญ่ผิดปกติ เหมือนไม่ใช่ลูกตัวเอง ซึ่งเธออยากนำเด็กไปตรวจดีเอ็นเอ แต่แม่ได้ห้ามไว้และบอกว่า จะลูกใครก็เลี้ยงไปเถอะ

กระทั่งเด็กอายุได้ 1 ขวบ 6 เดือน มีหญิงปริศนาส่งข้อความมาถามในเฟซบุ๊กว่า ตอนนี้ลูกสาวของเธอเป็นอย่างไรบ้าง อยากเห็นหน้าลูก ให้ถ่ายรูปส่งให้ดูได้หรือไม่ เธอยอมรับว่าตอนนั้นรู้สึกช็อกจนทำอะไรไม่ถูก ก่อนมารู้ความจริงภายหลังว่า น.ส.ส้ม นำชื่อเธอไปอ้างกับหญิงคนดังกล่าว ว่าสนใจอยากรับลูกไปเลี้ยงดู พร้อมเสนอเงินให้จำนวน 10,000 บาท ก่อนนำเด็ก 2 คน มาสวมรอยสลับตัวกัน

เมื่อรู้แบบนั้น จึงตัดสินใจไปแจ้งความที่ สภ.บางละมุง และตรวจดีเอ็นเอกับเด็กที่เลี้ยง ปรากฏว่าดีเอ็นเอไม่มีความเกี่ยวข้องการเป็นแม่ลูกกันเลยแม้แต่น้อย

จากนั้นไม่นาน ตำรวจตามแกะรอยจนสามารถตามจับตัว น.ส.ส้ม ได้ในที่สุด ปัจจุบัน น.ส.ส้ม ถูกนำตัวไปรับโทษอยู่ที่เรือนจำในข้อหา พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อหาผลกำไร ส่วนตัวเธอยังคงตามหาเบาะแสลูกสาวแท้ ๆ อยู่ตลอด 2 ปี แต่ก็ยังไร้ร่องรอย ไม่รู้ชะตากรรมว่าตอนนี้ลูกเป็นตายร้ายดีอย่างไร อยากได้ลูกคืน

ก่อนหน้านี้ ตำรวจ สภ.บางละมุง เคยได้ไปสอบปากคำกับผู้ก่อเหตุมาแล้ว ซึ่งจากคำให้การของ น.ส.ส้ม อ้างว่า วันเกิดเหตุ น.ส.ส้ม ออกไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาล โดยฝากเด็กไว้กับ น.ส.หวาน ชาวเมียนมา แต่หลังกลับมาแล้ว ปรากฏว่า น.ส.หวาน หายตัวไปพร้อมกับเด็ก

ซึ่งผู้ก่อเหตุได้พยายามไปหาตัวเด็ก และ น.ส.หวาน แล้ว นานร่วมเดือนแต่ไม่พบ จึงได้ไปหาเด็กอีกคนนำส่งคืนให้กับผู้เสียหาย

เบื้องต้น สามารถติดต่อกับแม่แท้ ๆ อีกคนได้แล้ว จะเรียกตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนเด็กที่หายไปนั้น ตำรวจจะเร่งแกะรอยให้เร็วที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง