เริ่มต้นสุขภาพดีอย่างมั่นใจ! สปส. เชิญชวนผู้ประกันตน ม.33 ม.39  ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ

เริ่มต้นสุขภาพดีอย่างมั่นใจ! สปส. เชิญชวนผู้ประกันตน ม.33 ม.39 ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ

View icon 62
วันที่ 8 พ.ค. 2569 | 09.14 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เริ่มต้นสุขภาพดีอย่างมั่นใจ! สปส. เชิญชวนผู้ประกันตน ม.33 ม.39  ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ ป้องกันดีกว่ารักษา ครอบคลุมตรวจรักษาโรคอ้วนรุนแรง

สำนักงานประกันสังคม มอบสิทธิประโยชน์การตรวจสุขภาพประจำปี ฟรี 14 รายการ สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รู้เท่าทันสุขภาพของตนเอง สามารถป้องกัน ดูแล และเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยแนะนำให้ตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
         
สำหรับสิทธิตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ ครอบคลุมการคัดกรองสุขภาพที่สำคัญอย่างรอบด้าน โดยประกอบด้วย
การคัดกรองการได้ยิน (Finger Rub Test) เพื่อตรวจประเมินความสามารถในการรับเสียงเบื้องต้น
การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข พร้อมสอนการตรวจเต้านมด้วยตนเองเพื่อเฝ้าระวังมะเร็งเต้านม
การตรวจสายตาโดยจักษุแพทย์ ซึ่งรวมถึงการตรวจด้วย Snellen Eye Chart และการวัดความดันลูกตา เพื่อคัดกรองความผิดปกติทางสายตาและโรคต้อหิน
การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เพื่อประเมินภาวะโลหิตจางและความผิดปกติของเลือด
การตรวจปัสสาวะ (Urine Analysis: UA) เพื่อคัดกรองโรคทางไตและระบบทางเดินปัสสาวะ
การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar: FBS) เพื่อคัดกรองโรคเบาหวาน
การตรวจการทำงานของไต (Creatinine และ eGFR) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของไต
การตรวจระดับไขมันในเลือด (Total Cholesterol และ HDL) เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ (HBsAg) เพื่อคัดกรองการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ตลอดจนการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี Pap Smear วิธี VIA และการตรวจหาเชื้อ HPV (HPV DNA Test) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรค รวมถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง
การถ่ายภาพรังสีทรวงอก (Chest X-ray) เพื่อช่วยค้นหาความผิดปกติของปอดและหัวใจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
         
การตรวจสุขภาพเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการคัดกรองและเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเฉพาะภาวะโรคอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจนำไปสู่โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมถึงปัญหาสุขภาพอื่นๆ ในระยะยาว ดังนั้น ผู้ประกันตนที่มีภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือมีความเสี่ยง ควรเข้ารับการประเมินสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเริ่มจากการตรวจประเมินค่าดัชนีมวลกาย (BMI) กับแพทย์เฉพาะทาง พร้อมรับคำแนะนำด้านการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย หากไม่สามารถลดน้ำหนักได้ และแพทย์เห็นว่ามีความจำเป็นตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

ผู้ประกันตนที่มีภาวะโรคอ้วนรุนแรงและเข้าเกณฑ์ “อ้วนทุพพลภาพ” สามารถใช้สิทธิประกันสังคมเข้ารับการรักษาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ครอบคลุมถึงการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร ซึ่งปัจจุบันใช้เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้อง ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน ฟื้นตัวได้เร็ว และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ทั้งนี้ แพทย์สามารถส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลที่มีศักยภาพดูแลรักษาได้อย่างครบวงจร เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด มีการติดตามอย่างน้อย 2 ปี ทำให้มั่นใจในความปลอดภัย โดยสำนักงานประกันสังคมมีสถานพยาบาลที่ผ่านการประเมินศักยภาพให้บริการผ่าตัดภาวะโรคอ้วนหรือโรคอ้วนทุพพลภาพ จำนวน 66 แห่งทั่วประเทศ ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลได้ทางเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม แอปพลิเคชัน SSO Plus

ข่าวที่เกี่ยวข้อง