ข่าวเย็นประเด็นร้อน - นายกฯ เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมพบปะ ฮุน มาเนต หารือร่วมกัน 3 ฝ่าย ก่อนจะจับมือร่วมกัน
ผู้นำ 3 ประเทศ ทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และ นายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ จับมือกันร่วมกัน
ภายหลังประชุม 3 ฝ่าย เพื่อหารือถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
หลังหารือกว่า 1 ชั่วโม ผู้นำทั้งสามประเทศ แถลงร่วมกัน นายฮุน มาเนต บอกว่า การหารือครั้งนี้ มุ่งเน้นการหาแนวทางลดความตึงเครียด และการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ย้ำว่า เรื่องเขตแดนไม่สามารถตัดสินได้ด้วยการใช้กำลัง
ด้านนายกฯ อนุทิน ระบุว่า ในประเด็นเขตแดนทั้งสองฝ่ายหารือกันแล้วว่า จะเดินทางแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่สร้างสรรค์ พร้อมย้ำไทยเดินหน้าสร้างสันติภาพ
หลังจากนั้น นายอนุทิน เปิดเผยว่า ได้แจ้งต่อที่ประชุมให้ทราบถึงเหตุผลที่ไทยขอยกเลิก MOU 2544
ซึ่งนายกฯกัมพูชาก็รับทราบ และเห็นพ้องต้องกันว่า จะยึดถือแนวปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982
นายกฯ ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องการเปิดด่าน พร้อมย้ำว่า จะทำทุกอย่างให้มีความคืบหน้าในทางที่ดี
โดยที่ไทยยังรักษาเกียรติภูมิ อธิปไตย รักษาผลประโยชน์ของประเทศ และประชาชน และจะไม่มีการสูญเสียใดจากการดำเนินการครั้งนี้
ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า นายกฯ เสนอว่า เมื่อหยุดยิงแล้ว ควรหลีกเลี่ยง "สงครามทางวาจา" กล่าวหาบนเวทีระหว่างประเทศ ที่จะไม่เป็นประโยชน์ต่อการพูดคุยยืนยันว่า ในการหารือ ยังไม่ได้มีข้อยุติใดๆ
ขณะที่ อาจารย์ชิดตะวัน ชนะกุล เศรษฐศาสตร์และการเมือง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มองว่า นายกฯอนุทิน ต้องชี้แจงทันทีให้ชาวโลกเข้าใจ หลังจาก ฮุน มาเนต อ้างว่า ไทยใช้กำลังในการดูแลพื้นที่ มองว่า กัมพูชาไม่มีท่าทีแสดงความจริงใจ
เท่าที่ทราบเรื่องอธิปไตยเหนือดินแดนจะไม่มีการนำขึ้นศาลระหว่างประเทศและการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่อ่อนแอ
เรื่องดินแดนจะต้องเจรจากัน 2 ประเทศ เชื่อว่า รัฐบาลคงไม่ทำอะไรให้ประเทศชาติเสียประโยชน์ ตอนนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาล เพราะเพิ่งยกเลิก MOU 44