เวลา 09.04 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมในพิธีบวงสรวงพระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในวาระครบ 80 ปี การดำเนินกิจการของบริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลอุทิศแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ตลอดจนผู้มีส่วนในการก่อสร้างองค์พระปรางค์ และพระอารามแห่งนี้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ผูกพันกับวัดอรุณราชวรารามมายาวนาน นับแต่ก่อตั้งกิจการ ได้นำแบบอย่างพระปรางค์มาปรับใช้เป็นตราสัญลักษณ์เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดทำชุดหนังสือ "อัศจรรย์วัดอรุณฯ" จำนวน 4 เล่ม ตั้งแต่ปี 2553-2563 เป็นเวลา 10 ปี ในการค้นคว้าและเรียบเรียง โดยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเป็นข้อมูลทางวิชาการด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และศิลปกรรมไทยชุดแรก ไว้อย่างสมบูรณ์ โดยมอบให้กับห้องสมุดมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการศึกษาเผยแพร่องค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และศิลปกรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการบรรเลงดนตรีไทยย่อส่วนขนาดเล็ก ของมูลนิธิเตือน พาทยกุล เครื่องดนตรีไทยย่อส่วนขนาดเล็กนี้ เป็นผลงานของครูเตือน พาทยกุล ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) เริ่มสร้างปี 2514 เพื่อถวายแด่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล จากนั้นได้สร้างเครื่องดนตรีขนาดเล็กครบทุกชิ้นตามรูปแบบของวงมโหรี
จากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการ "The Hidden Wonders of Wat Arun" บอกเล่าความอัศจรรย์ของนัยยะและความหมายอันลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ และยังไม่เคยกล่าวถึง เป็นผลงานต่อเนื่องจากหนังสือชุด "อัศจรรย์วัดอรุณฯ " เช่น อัศจรรย์แห่งโครงร่าง "ปรางค์ทรงจอมแห" เชื่อว่าช่างไทยน่าจะได้แรงบันดาลใจมาจาก "เส้นทรง" ในการทิ้งน้ำหนักของผืน "แห" ที่โค้งเว้า สวยงาม จนพัฒนามาสู่งานสถาปัตยกรรมไทย
อัศจรรย์แห่งนัยยะ "องค์อินทรากับจักราวุธ" การสร้างสรรค์ผลงานทางด้านพุทธสถาปัตยกรรมไทย หากเป็นอาคารหลักประเภทเครื่องก่อที่ทึบตัน เช่น พระเจดีย์ หรือพระปรางค์ ตำแหน่งที่ช่างออกแบบให้ความสำคัญมากที่สุด คือส่วนของ "ซุ้มจระนัม" บนชั้นเรือนธาตุ ซุ้มจระนัมทั้ง 4 ด้านของปรางค์ประธาน วัดอรุณราชวราราม เป็นประติมากรรมกึ่งลอยตัวรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ เหตุเพราะการกู้แผ่นดินสยามกลับคืนมาได้ หลังการเสียกรุงให้แก่พม่าในช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย น่าจะส่งผลถึงความจำเป็นที่กษัตริย์ไทยต้องปรับภาพลักษณ์เดิม จากบทบาทของพระนารายณ์ (ผู้รักษา) มาเป็นพระอินทร์จอมทัพผู้เกรียงไกรแทน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับราษฎร ที่น่าสนใจคือ พระหัตถ์ขวาของพระอินทร์ ปกติมักจะถือ "วัชระ" หรือ "พระขรรค์" เป็นอาวุธประจำกาย แต่ที่นี่ถือ "จักร" เป็นอาวุธหลักแทน จากการวิเคราะห์ถอดความหมายได้ว่า รัชกาลที่ 3 ผู้สร้างพระปรางค์ชุดนี้ ทรงมีพระราชประสงค์สื่อเป็นนัยว่า ทรงเป็นสมมติเทพและมีความหมายซ้อนทับบนสัญลักษณ์รูปจักราวุธ สอดรับกับคำว่าจักรี หรือ ราชวงศ์จักรี ข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์ ทำให้เกิดองค์ความรู้ที่ทรงคุณค่าทั้งในด้านการศึกษา การบูรณปฎิสังขรณ์และการอนุรักษ์งานสถาปัตยกรรมไทยต่อไปในอนาคต