สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - มาเคลียร์กันให้ชัด ๆ กับประเด็นดรามาระหว่าง "โทน บางแค" กับ "บิ๊กเต่า" สรุปแล้วเหตุการณ์วันที่ 17 เมษายน พูดอะไรกัน แล้ว "โทน บางแค" เกี่ยวข้องอย่างไรกับ "เซียนพระ" คนอื่น ๆ หรือไม่
ความแตกต่างของทั้ง 2 คน คือ ถ้าฟังเฉพาะบางส่วนจะเข้าใจเป็นอีกอย่าง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องเป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน เพราะ "โทน บางแค" ได้แจ้งความไว้ที่ สน.พหลโยธิน แล้ว
เมื่อวานนี้ เจ้าตัวก็ไปให้ปากคำเพิ่มเติม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สรุปจะขอดำเนินคดีกับ บิ๊กเต่า มาดามเก่ง เจ้าหนี้ กับคนที่เกี่ยวข้องรวมทั้งหมด 5 คน
เจ้าตัวยืนยันคำเดิมว่า หลังทำสัญญารับสภาพหนี้ ก็ไม่เคยผิดนัด ส่วนเรื่องการนำพระเครื่อง 152 องค์ ไปค้ำประกันวงเงินกู้ ก็ไม่เคยพูดว่าราคา 400-500 ล้านบาท บอกแค่ว่าน่าจะเกินวงเงิน 180 ล้านบาท และไม่ได้ทำเป็นขบวนการ
ส่วนฝั่ง บิ๊กเต่า ยังบอกอีกว่า การเจรจาในวันนั้น จริง ๆ แล้วดูจะเป็นไปด้วยดีด้วยซ้ำ ไม่มีการใช้คำพูดรุนแรง ไม่ใช่การข่มขู่ทวงหนี้ แต่เป็นการเจรจากันในฐานะคนที่รู้จักกันมาก่อน และ มาดามเก่ง ก็ไม่ได้บอกว่าต้องชำระหนี้ทันที แค่บอกว่าสัญญาไม่เป็นธรรม ยื่นมา 2 ข้อเสนอ คือ ระหว่างให้นำพระเครื่องที่นำมาค้ำประกันไปขายเพื่อใช้หนี้ 180 ล้านบาท กับนำทรัพย์สินไปยื่นค้ำประกันเพิ่มให้เท่ากับมูลหนี้ที่ขาด สุดท้ายหลังการเจรจารอบที่ 2 ผลก็ออกมาว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ตามที่เป็นข่าว
เรื่องที่เคยบอกว่า นายโทน จะเป็นเซียนพระรายที่ 3 ที่ถูกดำเนินคดีนั้น ตอนนี้ พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานเพิ่มในบางประเด็น และเรื่องความเกี่ยวข้องกับกลุ่มเซียน เพราะมีประเด็นเรื่องเช็คเด้ง จึงเกี่ยวข้องกันในบางเรื่อง และถ้ารวมความเสียหายของ มาดามเก่ง กับคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจริง ๆ ความเสียหายไม่ใช่แค่ 2,000 ล้านบาท แต่อาจสูงถึงกว่า 5,000 ล้านบาท ได้เลย