จับหนุ่มจีนซุกอาวุธสงคราม กลางเมืองชลบุรี ตำรวจอึ้งเจอคลิปฝึกร่วมทหารเขมร BHQ “บิ๊กต่าย” สั่งลุยสอบเข้ม!

จับหนุ่มจีนซุกอาวุธสงคราม กลางเมืองชลบุรี ตำรวจอึ้งเจอคลิปฝึกร่วมทหารเขมร BHQ “บิ๊กต่าย” สั่งลุยสอบเข้ม!

View icon 107
วันที่ 9 พ.ค. 2569 | 08.48 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“ผบ.ตร.” สั่ง ผบก.ชลบุรี ลุยสอบหนุ่มจีนซุกอาวุธสงครามทุกมิติ หลังพบคลิปฝึกร่วมทหารเขมร “BHQ” หวั่นกระทบความมั่นคง
.
ความคืบหน้ากรณีการจับกุมตัวชายชาวจีน อายุ  31 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ก่อนตำรวจค้นเจออาวุธปืนภายในรถเหตุเกิดในพื้นที่  สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จากนั้น ถูกนำตัวไปค้นบ้านพัก ภายในซอยห้วยใหญ่ จนพบอาวุธสงคราม ระเบิด เสื้อเกราะกันกระสุน คลิปการฝึกยิงอาวุธปืนสงคราม และการกว้างระเบิดมือสังหาร ซึ่งจุดพิกัดในการไปฝึก ปรากฏอยู่ที่บริเวณ ค่ายรบพิเศษ 911 กัมพูชา หรือที่เรารู้จักกัน นักรบ BHQ หรือค่ายฝึกนักรบองครักษ์พิทักษ์ฮุนเซน จนต้องอพยพชาวบ้านในละแวกดังกล่าวออกจากพื้นที่ เมื่อค่ำวานนี้ (8 พ.ค.69) เจ้าตัวอ้างเป็นซีมเศร้า สั่งซื้อทางออนไลน์ หวังใช้ปลิดชีพตัวเอง
.
จากนั้น เวลา 22.30 น. พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางมายังบริเวณบ้านที่พบอาวุธสงครามรวมถึงวัตถุระเบิด โดยมีการตรวจสอบในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ก่อนจะมีการกำชับฝ่ายงานสืบสวน และสอบสวน สภ.นาจอมเทียน ทำบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมดที่มีการพบภายในบ้านหลังดังกล่าว รวมถึงจะมีการประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี ( พฐ.)  เข้ามาทำการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง
.
พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ เปิดเผยว่า คดีนี้ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับให้สอบสวนสืบสวน ทั้งในเรื่องความมั่นคงและความปลอดภัยทุกมิติ ส่วนประเด็นการเก็บวัตถุคล้ายระเบิดจำนวนมาก จะนำไปก่อเหตุร้ายหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีพบจุดเชื่อมโยง 
.
กรณีการสืบสวนสอบสวนในคดี มีทีมสืบสวนเข้ามาร่วมทำงานหลายหน่วย ทั้งตำรวจสืบสวนภาค 2 , ตำรวจสืบสวนจังหวัดชลบุรี , หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD ภ.จว.ชลบุรี , ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง , สถานทูตจีน , และหน่วยงานความมั่นคง เข้ามาร่วมทำคดีนี้ เพื่อความกระจ่างและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน
.
สำหรับผู้ก่อเหตุ พบว่า เข้ามาเช่าบ้านหลังดังกล่าว เดือนละ 38,000 บาท โดยมาอาศัยได้ประมาณ 2 ปี ส่วนการเดินทางเข้าออกประเทศไทย พบว่า เข้ามาประเทศไทยครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ.2020 โดยใช้วีซานักท่องเที่ยว จากนั้นก็เดินทางเข้า ๆ ออก ๆ ประเทศไทยบ่อยครั้ง และ ล่าสุด เข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 โดยใช้ "วีซาอีกริต" คือ การขออนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ในกรณีที่ถือวีซาระยะยาว เช่น วีซาทำงาน, วีซาแต่งงาน, วีซาเกษียณ ซึ่งวีซามีอายุอยู่ในประเทศไทยได้ถึง 5 ปี
.
เบื้องต้น สรุปของกลางที่ยึดได้ในขณะนี้ ประกอบไปด้วย
1. อาวุธปืนสั้นยี่ห้อ กล็อก 26 จำนวน 1 กระบอก
2. ซองกระสุน กล็อก 26 จำนวน 2 อัน
3. กระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 10 นัด
4. ซองกระสุนปืน M16 จำนวน 1 ซอง
5. กระสุนปืน ขนาด 5.56 มม. จำนวน 28 นัด
6. ซองพกในจำนวน 1 อัน
.
ส่วนของกลางที่เจอในบ้าน
1. ปืน ปืนเล็กยาว M16 จำนวน 2 กระบอก
2. ซองกระสุนปืน M16 จำนวน 9 อัน
3. กระสุนปืน ขนาด 5.56 มม. จำนวน 763 นัด
4. ดินระเบิด C4 จำนวน 1 กล่อง น้ำหนัก 2,486.4 กรัม
5. ดินระเบิด C4 จำนวน 2 แท่ง น้ำหนัก 1,173 กรัม(น้ำหนักรวม 4,832.4 กรัม) 
6. กับดักระเบิดสังหารบุคคล POMZ2 รัสเซีย จำนวน 4 ลูก
7.ระเบิดสังหารบุคคลชนิดขว้าง แบบ BA/WA จำนวน 4 ลูก
8. ระเบิดสังหารบุคคลชนิดขว้าง แบบ K75 เกาหลี จำนวน 1 ลูก
9. ระเบิดสังหารบุคคลชนิดขว้าง แบบ M6/01 พม่า จำนวน 1 ลูก
10. เชื้อปะทุไฟฟ้า จำนวน 7 ดอก
11. เรือนชนวนกับดักระเบิด PONZ2 จำนวน 3 เรือน12. เซฟตี้พิม PONMZ2 จำนวน 2 ชิ้น
13. ชุดรีโมท ภาครับ-ส่ง จำนวน 2 อัน
14. เสื้อเกราะกันกระสุน จำนวน 3 ตัว
15. หน้ากากกันแก๊สพิษ จำนวน 2 อัน
16. ไส้กรอง หน้ากากกันแก๊สพิษ จำนวน 6 อัน
17. น้ำเบนซิน ถังละ 20 ลิตร จำนวน 4 ถัง
.
นอกจากนี้ ยังพบว่า ชายคนดังกล่าวมีพาสปอร์ตทั้งประเทศจีน และ กัมพูชา รวมถึง มีบัตรประจำตัวไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) และเคยมีชื่อเป็นผู้พักอาศัยในเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร แถมยังมีเลขประจำตัวประชาชน ระบุเลข 6-1046-00003-42-8 โดยย้ายบ้านเลขที่ใน ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อ 14 พ.ย. 2566 ซึ่งตำรวจอยู่ในระหว่างข้อเท็จจริงในเรื่องนี้
.
ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับคนในหมู่บ้าน ไม่ขอเปิดเผยนาม ให้ข้อมูลว่า ปกติชาวจีนรายนี้เป็นคนอัธยาศัยดี เจอใครก็ชอบทักทายและพูดจาเป็นกันเองกัน แต่พอมารู้ว่ามีการกักเก็บวัตถุอันตราย ก็คือ ระเบิดซีโฟร์ ยอมรับว่าตกใจมาก หากระเบิดทำงาน คนในหมู่บ้านคงได้รับความเดือดร้อนกันหมด
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง