ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - นายกฯ โพสต์ตอบโต้กระแสข่าวเท็จในโซเชียล ยืนยัน คุยกัมพูชายึดประโยชน์ชาติและประชาชน พร้อมย้ำขอให้ประชาชนสบายใจว่า เกาะกูด เป็นของไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความ ขณะที่อยู่ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ระบุว่า ได้แจ้งนายกรัฐมนตรีกัมพูชาโดยตรงว่า ไทยได้ตัดสินใจยกเลิก MOU 44 แล้ว ซึ่งนายกฯ กัมพูชาก็รับทราบ พร้อมบอกว่า ผิดหวังต่อการตัดสินใจของไทย
เมื่อไม่มี MOU 44 แล้ว ก็จะไม่มีเส้นที่ลากผ่านเกาะกูดให้เป็นที่เคลือบแคลงหรือกังวลต่อไปอีก ประชาชนสบายใจได้เลยว่า เกาะกูด เป็นของประเทศไทย
ส่วนเรื่องเปิดด่านไม่มีการพูดถึง ทั้ง 2 ฝ่าย ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า สันติภาพเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากให้เกิดขึ้น และหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทางทหารต่อสู้กันให้มากที่สุด
ช่วงหนึ่ง นายกฯ ระบุว่า เห็นมีการประโคมข่าวทางโซเชียล และข่าวเท็จ เพื่อให้เกิดความแตกแยกและเกลียดชัง ขอยืนยันอีกครั้งว่า รัฐบาลจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความรอบคอบ โปร่งใส ทุกขั้นตอนจะคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน ขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจในนายกฯ คนนี้ได้เลย
ส่วนเรื่องที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล คือ ภาพการจับมือระหว่าง นายอนุทิน กับ นายฮุน มาเนต นั้น นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ระบุว่า การจับมือกับคู่กรณีในการประชุมระดับนานาชาติ เป็นการแสดงออกของ "มารยาททางการทูต" แบบหนึ่งเท่านั้น จะให้นายกฯ เบ้ปาก ถลึงตา ไม่จับมือด้วย จากที่ได้เปรียบจะเสียเปรียบทันที เท่ากับว่า นายกฯ มีวุฒิภาวะเหมือนเด็ก
เช่นเดียวกับ อาจารย์วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ระบุว่า ต้องแยกแยะเรื่องมารยาทขั้นตอนทางการทูต และให้เกียรติเจ้าภาพฟิลิปปินส์ด้วย พร้อมขออย่าด้อยค่าทีมไทยแลนด์ เพราะขณะที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่ ทีมไทยแลนด์ ได้รายงานข้อมูลการค้ามนุษย์ในโอร์เสม็ด กัมพูชา ไปยังสหรัฐอเมริกา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเพิ่งเล่าให้ฟังว่า กองทัพไทย ไม่เคยชะล่าใจ ประเมินความเคลื่อนไหวทุกวัน เราไม่เคยเชื่ออย่างสนิทใจว่า ความสัมพันธ์ของ 2 ชาติ จะปกติเหมือนเดิม
ส่วนที่เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เช้าวันนี้ นายกฯ อนุทิน ได้หารือทวิภาคีกับ นายแฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ทั้ง 2 ฝ่าย หารือประเด็นความร่วมมือที่สำคัญร่วมกัน เช่น ไทยพร้อมเพิ่มการส่งออกข้าว และสินค้าเกษตรไปยังฟิลิปปินส์ พร้อมเสนอให้จัดทำความตกลงด้านการค้าข้าว และเห็นพ้องขยายความร่วมมือระหว่างกัน ทั้ง 2 ฝ่าย เห็นถึงความสำคัญการยกระดับความร่วมมือการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ผลักดันเป็นวาระสำคัญของอาเซียน
จากนั้น นายกฯ และคณะ ได้เดินทางออกจากเมืองเซบู เวลา 11.00 น. และมีกำหนดถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ในเวลาประมาณ 14.10 น.