นายกฯ เดินทางกลับไทยแล้ว เสนอ “ฟิลิปปินส์” จัดทำความตกลงการค้าข้าวระยะยาว

นายกฯ เดินทางกลับไทยแล้ว เสนอ “ฟิลิปปินส์” จัดทำความตกลงการค้าข้าวระยะยาว

View icon 29
วันที่ 9 พ.ค. 2569 | 10.23 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“ไทย-ฟิลิปปินส์”  รื้อฟื้นการประชุม Philippines - Thailand Energy Forum เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และผลักดันการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเป็นวาระสำคัญของอาเซียน
.
เช้าวันนี้ (9 พ.ค.69) ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าพบเพื่อหารือทวิภาคีกับ นายแฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์
.
โดยนายกรัฐมนตรี ขอบคุณฟิลิปปินส์ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมแสดงความยินดีต่อฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน ยืนยัน ไทยพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของฟิลิปปินส์อย่างเต็มที่ โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความขอบคุณต่อประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ที่ได้โทรศัพท์ และมีสารแสดงความยินดีถึงในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง พร้อมเชิญประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในโอกาสที่เหมาะสม
.
ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่าย ได้หารือประเด็นความร่วมมือที่สำคัญร่วมกัน ได้แก่ ด้านความมั่นคงทางอาหาร ไทยพร้อมเพิ่มการส่งออกข้าว และสินค้าเกษตรไปยังฟิลิปปินส์ พร้อมเสนอให้จัดทำความตกลงด้านการค้าข้าว เพื่อช่วยสร้างความมั่นคงด้านอุปทานข้าวให้แก่ฟิลิปปินส์ในระยะยาว ทั้งสองฝ่าย เห็นพ้องขยายความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะด้านเกษตรอัจฉริยะ เกษตรยั่งยืน และอุตสาหกรรมฮาลาล
.
ด้านการค้า และการลงทุน ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการจัดการประชุม Joint Trade Committee ระดับรัฐมนตรีพาณิชย์ ซึ่งจะจัดขึ้นที่ฟิลิปปินส์เป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยเชื่อว่า จะเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันมากขึ้น นายกรัฐมนตรี ยังขอบคุณฟิลิปปินส์ที่ให้การสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชนไทยในฟิลิปปินส์เป็นอย่างดี พร้อมเชิญชวนภาคเอกชนฟิลิปปินส์ขยายการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
.
ด้านความมั่นคงทางพลังงาน นายกรัฐมนตรี เสนอให้รื้อฟื้นการประชุม Philippines - Thailand Energy Forum ซึ่งไทยเคยเป็นเจ้าภาพครั้งแรก เมื่อปี 2558 เพื่อหารือความร่วมมือด้านความมั่นคงทางพลังงาน พลังงานหมุนเวียน การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากกลไกความร่วมมือด้านพลังงานของอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน กรอบความตกลงว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียมอาเซียน และโครงการเชื่อมโยงท่อส่งก๊าซธรรมชาติอาเซียน
.
ทั้งสองฝ่าย เห็นถึงความสำคัญของการยกระดับความร่วมมือการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงทางออนไลน์ รวมถึง การผลักดันให้ประเด็นดังกล่าวเป็นวาระสำคัญของอาเซียน
.
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญต่อแรงงานฟิลิปปินส์ในไทย โดยเฉพาะในภาคการศึกษา และการบริการ พร้อมยืนยัน ไทยจะดูแลสวัสดิภาพ และการปฏิบัติที่เป็นธรรมต่อแรงงานฟิลิปปินส์อย่างต่อเนื่อง
.
จากนั้น นายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางออกจากเมืองเซบู และมีกำหนดถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ในเวลาประมาณ 14.10 น.
.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง