ชาวบ้านเข้าป่าหาอึ่ง เจอทหารกัมพูชายิงปืนขู่

View icon 29
วันที่ 9 พ.ค. 2569 | 15.21 น.
เจาะประเด็นข่าว 7HD
แชร์
เจาะประเด็นข่าว 7HD - ชาวบ้านแนวชายแดน จังหวัดบุรีรัมย์ ต่างตื่นตระหนก ออกไปหาอึ่งท้ายเขื่อน อยู่ดี ๆ ดันเจอทหารเขมร อาวุธครบมือส่องไฟฉายใส่หน้า ไม่ทันไร เจอยิงปืนขู่จนต้องวิ่งหนีตายกันกระเจิง ยืนยันหาอึ่งในเขตแผ่นดินไทย

หลังเกิดเหตุระทึก ช่วง 19.30 น. นายอภิรักษ์ และน้องชาย ชวนกันไปหาอึ่งอยู่บริเวณบุตาพุ่ม หลังหมู่บ้านสายโท 3 ใต้ อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ แล้วไปเจอกับทหารเขมรกว่า 10 คน พร้อมอาวุธครบมือ เลยต้องทิ้งทั้งอึ่ง และรถจักรยานยนต์วิ่งหนีตาย ทั้งที่จุดเกิดเหตุนี้อยู่บริเวณแถว ฐานแมงป่อง ซึ่งเป็นเขตอธิปไตยของประเทศไทย

เช้าวันนี้ ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พาชาวบ้านไปชี้จุด และไปตามเอารถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้กลับคืนมาได้ ภรรยาคนหาอึ่ง ถ่ายทอดความรู้สึกเมื่อคืน หลังฝนหยุดตก สามีก็ออกไปหาอึ่งกับน้องชาย 2 คน ที่บุตาพุ่ม ท้ายเขื่อนหลังหมู่บ้าน ซึ่งจุดนี้ สามีรู้พื้นที่ดี เพราะมักจะเข้าไปหาของป่าเป็นประจำ ไม่นานสามีโทรศัพท์มาพูดเบา ๆ แบบกระซิบบอกว่าให้เติมเงินโทรศัพท์ด้วย ไปเจอทหารเขมร แล้วก็รีบตัดสายทิ้ง เจองี้ใจหายจะโทรกลับไปก็ไม่กล้า เกรงอันตรายถึงตัวสามี เลยให้ลูกรีบเติมเงินโทรศัพท์ให้พ่อ แต่พอโทรไปอีกก็ติดต่อไม่ได้แล้ว ตนจึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยเหลือ ยืนยันว่า ผืนป่าที่สามีเข้าไปเป็นเขตพื้นที่ไทย

ฟังภรรยาเล่าไปแล้ว มาฟังประสบการณ์ฝังใจจากปากเจ้าตัวกันบ้าง นายอภิรักษ์ อายุ 63 ปี สามีเล่านาทีเสี่ยงตาย พอเข้าป่าไปก็เห็นไฟฉาย 3 ดวง นึกว่าเป็นคนบ้านเดียวกันที่ไปหาอึ่ง ก็เลยทักทาย "ได้เยอะไหม" แต่พอเดินเข้าไปใกล้ถึงกับผงะ ไม่ใช่แล้ว กลายเป็นทหารเขมร 3 นาย อาวุธครบมือ ทั้งปืนทั้งมีด ตนตกใจทำอะไรไม่ถูก เช่นเดียวกับทหารเขมรก็ตกใจเหมือนกัน เพราะคิดว่าตน เป็นพวกเดียวกัน

คุณผู้ชม ต้องบอกว่า นายอภิรักษ์มีไหวพริบดีทีเดียว ทั้งโทรบอกให้ภรรยาเติมเงินมือถือ และยังออกอุบายเพื่อพาตัวเอง ออกไปจากการเผชิญหน้ากับทหารเขมร บอกว่า เอ๊ะ ได้ยินเสียงอึ่งอยู่ทางโน้น ไปล่ะเด้อ แล้วก็รีบปิดไฟเดินหนี จากนั้นสับเท้าโกยแน่บ วิ่งหนีตายแบบไม่คิดชีวิตเลยคุณผู้ชม ทหารเขมรอีก10 นาย ก็รีบวิ่งกรูตามมาจนต้องวิ่งหลบไปซ่อนตัวในพุ่มไม้ ตัดใจไม่เสียดงเสียดายแล้ว เทอึ่ง 2 กิโลกรัมที่จับได้ทิ้ง ไม่งั้นเดี๋ยวอึ่งมันไม่ร่วมมือ ส่งเสียงร้องบอกพิกัดทหารเขมรอีก แอบซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ แบบนั้น  แยกมุมกันอยู่กับน้องชาย  เงียบกริ๊บ แทบไม่หายใจ อยู่ราว 2 ชม.ทหารเขมร ไม่หยุดยิงปืนขู่

โชคดีที่ป่าแถบนี้ นายอภิรักษ์ ชำนาญเส้นทาง ถึงกับบอกว่า จดจำต้นไม้ได้ทุกต้น จึงปิดไฟฉายวิ่งหนีทหารเขมรในความมืด รอดออกมาได้ถึงตอนนี้ั ก็ยังข้องใจ ก็ในเมื่อจุดที่ตนไปหาอึ่ง เป็นเขตพื้นที่ประเทศไทย ห่างจากชายแดนราว 1-2 กิโลเมตร แต่ทำไมทหารเขมรถึงเข้ามาได้ ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างหวาดผวา เกรงว่าจะมีเหตุปะทะครั้งที่ 3 อีกหรือไม่ ฝากหน่วยงานทหาร ช่วยดูแลความมั่นคง ปลอดภัยให้ด้วย

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 22 (ฉก.ทพ.22) ได้สั่งเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง

เบื้องต้น พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาใช้ลักลอบกระทำผิดกฎหมายชายแดน เช่น ลำเลียงยาเสพติด ของผิดกฎหมาย หน่วยงานความมั่นคง จึงประสานงานเรื่องลาดตระเวน และเฝ้าตรวจพื้นที่ให้เข้มแข็งมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

ด้าน พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า กองทัพภาคที่ 2 ตรวจสอบแล้ว พบว่าเหตุการณ์เกิดจากความเข้าใจผิด กรณีที่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์กล่าวอ้างว่าเป็นกองกำลังติดอาวุธของกัมพูชานั้น แท้จริงเป็นกลุ่มคนไทยอีกกลุ่มที่เข้าไปหาของป่าเช่นเดียวกัน แต่พูดภาษากัมพูชา ซึ่งในพื้นที่ชายแดนพูดกันเป็นเรื่องปกติ ทำให้กลุ่มผู้พบเห็นตกใจ และเข้าใจว่าเป็นคนกัมพูชารุกล้ำเข้ามา โดยไม่พบข้อเท็จจริงเรื่อง การยิงปืนไล่ ตามที่มีการเผยแพร่แต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง