โฆษก ตร. เผยคืบหน้าคดี ชาวจีน ซุกคลังแสง เร่งขยายผลทุกมิติ ไม่ตัดประเด็นก่อวินาศกรรม พบมีสถานะตัวตนซับซ้อน

โฆษก ตร. เผยคืบหน้าคดี ชาวจีน ซุกคลังแสง เร่งขยายผลทุกมิติ ไม่ตัดประเด็นก่อวินาศกรรม พบมีสถานะตัวตนซับซ้อน

View icon 67
วันที่ 9 พ.ค. 2569 | 19.25 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“โฆษก ตร.” เผยคืบหน้าคดี “ชาวจีน ซุกคลังแสง” เร่งขยายผลทุกมิติ ไม่ตัดประเด็นก่อวินาศกรรม พบมีสถานะตัวตนซับซ้อน พบของกลางเป็นปืนตำรวจยศ “รองสารวัตร” เคยโดนสอบวินัย ตร.เดินหน้าตรวจสอบเส้นเงิน-เครือข่ายทั้งหมด

วันที่ 9 พ.ค. 69 เวลา 17.40 น. ที่สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยหลังการสืบสวน นายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน ซุกอาวุธสงครามภายในบ้านไว้เป็นจำนวนมาก โดยระบุว่า เบื้องต้นยังอยู่ในระหว่างสอบสวน เพื่อขยายผลให้ทราบถึงแหล่งที่มาของอาวุธทั้งหมด และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ส่วนมีอาวุธเพื่อก่อวินาศกรรม หรือฆ่าตัวตายนั้นในขณะนี้ได้สอบสวนเพื่อขยายผลทุกสมมุติฐานในทุกมิติเพราะการสะสมอาวุธของผู้ต้องหามีเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่บุคคลจะสะสมมีไว้เพื่อป้องกันตัวเอง หรือใช้ในการฆ่าตัวตาย

ส่วนกรณีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ที่มีภาพปรากฏว่าผู้ต้องหาชาวจีนเคยมีการฝึกกับหน่วย BHQ นั้น ในส่วนนี้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. ได้ให้ตำรวจสันติบาลทำการตรวจสอบ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะมีการขยายผลทุกมิติ

ในส่วนกรณีของบัตรประชาชน บัตรสีชมพู หรือใบขับขี่ที่ผู้ต้องหาชาวจีนมีไว้ครอบครองถูกกฎหมายหรือไม่นั้น ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหารายนี้ เป็นบุคคลที่มีสถานะทางตัวตนซับซ้อน มีสถานะหลายชั้น มีหนังสือเดินทางและมีสถานะในการพำนักในหลายประเทศ จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ในส่วนนี้ได้มีการให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไปดำเนินการตรวจสอบในเชิงลึก เพิ่มเติม

สำหรับเส้นทางการเงินในการซื้ออาวุธปืนยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ และได้เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ส่วนตัว ความสัมพันธ์ในด้านอื่น เราได้เชิญเข้ามาให้ข้อมูลหมดแล้ว ส่วนรายละเอียดอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน

สำหรับหนึ่งในของกลางที่พบว่าเป็นอาวุธปืนของนายตำรวจ สน.สายไหม ที่ซื้อผ่านโครงการสวัสดิการ และมีการนำไปจำนำหลายทอดนั้น ขณะนี้สามารถตรวจสอบทอดสุดท้ายก่อนไปถึงมือผู้ต้องหาได้แล้วพบว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ “รองสารวัตร” รวมถึงเคยโดนตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัย โดยในขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่าคดีด้านวินัยสิ้นสุดลงอย่างไร และพบว่าการซื้อขายปืนระหว่างผู้ต้องหาและนายตำรวจเป็นการซื้อขายแบบตัวต่อตัว แต่ยังไม่มีการโอนทะเบียน โดยในขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่าทั้งสองคนรู้จักและมีความสัมพันธ์กันอย่างไร

สำหรับการสอบปากคำในวันนี้ถือว่ามีความคืบหน้ามากกว่าเมื่อวานที่ผ่านมา และมีข้อมูลเพิ่มเติมที่จะดำเนินการกับตัวละคร และคนที่เกี่ยวข้องในคดีนี้เพิ่มเติมได้ ส่วนการให้ปากคำผู้ต้องหาชาวจีนถือว่ามีการให้ความร่วมมือในระดับหนึ่ง

อีกทั้งอาวุธปืนทั้งหมดยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่ามีการซื้อขายอย่างไร เบื้องต้นพบว่ามีทั้งแบบซื้อขายตัวต่อตัว และซื้อขายแบบออนไลน์