สนามข่าว 7 สี - อดีตนักศึกษา ร้องผ่านสื่อฯ รุ่นพี่หลอกพ่อ-แม่ขายรถยนต์ 2 คัน อ้างจะนำเงินมาช่วยเหลือตนเองที่ถูกจับอยู่ในสถานพินิจ
นายเบนซ์ อายุ 20 ปี อดีตนักศึกษามหาลัยเอกชน ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรมกับนักข่าว หลังถูกนายเบศ (นามสมมติ) รุ่นพี่ฉวยโอกาสมาหลอกลวงพ่อ-แม่ ให้ขายรถยนต์ 2 คัน ราคา 1.3 ล้านบาท ช่วงที่ตนเองต้องโทษในสถานพินิจ
นายเบนซ์ เล่าว่า ตอนอายุ 17 ปี ทำงานเป็นชิปปิ้งกับบริษัทแห่งหนึ่ง ถูกลูกค้าแจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกง จึงลาออกมาสู้คดี ไปรายงานตัวต่อศาลฯจึงนำ ได้เรื่องนี้มาปรึกษา นายเบศ รุ่นพี่ที่สนิทกัน เพราะตั้งบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับทางด้านการศึกษา และการให้เช่ารถแบรนด์ยุโรปร่วมกัน
จนเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 ขณะตนเองและครอบครัว พร้อมกับรุ่นพี่ กำลังจะไปเที่ยวต่างประเทศ ตนเองถูกตม.กักตัว เพราะมีหมายจับ เนื่องจากขาดการรายงานตัว 1 ครั้ง ถูกส่งเข้าสถาพินิจ หลังจากนั้นก็ไม่รู้เรื่องภายนอกอีก ศาลสั่งจำคุก 6 เดือน ต้องโทษ 5 เดือน ลดโทษ 1 เดือน
เมื่อพ้นโทษถึงได้รู้ว่ารุ่นพี่ได้มาหลอกพ่อ-แม่นำรถยนต์ 2 คัน ไปขาย หลอกว่า ตนเองเป็นหนี้บริษัท 9 ล้านบาท ถ้าไม่ขายจะมีความผิด รุ่นพี่เป็นคนเตรียมเอกสารเอาไว้ให้ทั้งหมด ให้พ่อเซ็นสัญญา หลังเงินเข้าบัญชี รุ่นพี่พาพ่อไปถอนเงินสดและนำเงินไปทั้งหมด
หลังตนเองพ้นโทษ ทราบเรื่องจึงแจ้งความเอาไว้ ที่ สภ.คลองหลวง ตำรวจทางหลวงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยึดรถคืนมาได้ 1 คัน มีชาวรัสเซียเป็นคนขับ ให้ข้อมูลว่าซื้อมาจากเต็นท์คลองหลวง ตนได้รถกลับมาใช้ 2-3 เดือน อีกฝ่ายก็มาโต้แย้งว่าซื้อมาอย่างถูกต้อง ทำให้ตอนนี้รถถูกอายัด ส่วนอีกคันยังตามหาไม่พบ ที่ออกมาร้องสื่อเพราะกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่่องจากรุ่นพี่รู้จักคนใหญ่โต
ด้านพ่อ-แม่ของนายเบนซ์ กล่าวทั้งน้ำตา เห็นรุ่นพี่สนิทกับลูกชาย เมื่อมาเสนอจะช่วยเรื่องคดี จึงยอมทำตามคำแนะนำทุกอย่าง รุ่นพี่ยังพาคนในวงการการเมือง มาแนะนำตัว เสนอจะช่วยให้ลูกชายพ้นโทษเร็วขึ้น เสียเงินไปอีก 500,000 บาท สุดท้ายก็ช่วยอะไรไม่ได้ ลูกต้องโทษจนครบกำหนด ถึงได้รู้ว่าถูกหลอก
ทนายความของผู้เสียหาย บอกว่า แจ้งความรุ่นพี่เอาไว้ 3 ข้อหา คือ ปลอมแปลงเอกสารขายรถ 2 คัน ลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย และข้อหาฉ้อโกง เมื่อวันที่ 27 เมษายน รุ่นพี่ได้มาพบพนักงานสอบสวน พูดคุยเบื้องต้น รุ่นพี่ตกลงว่าจะคืนเงินให้ แต่เมื่อถึงเวลานัดกลับไม่รับสาย ส่งข้อความกลับมาว่าติดงาน หลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้อีก จึงเดินหน้าจะดำเนินคดี